- หน้าหลัก
- กิจกรรมน่าลอง
- ญี่ปุ่น
- โตเกียว
- โตเกียว ดิสนีย์แลนด์
โตเกียว ดิสนีย์แลนด์
ขายดี





เลือกรายการแพ็คเกจ
ตัวเลือกแพ็คเกจ
โตเกียวดิสนีย์แลนด์ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยวในญี่ปุ่น ด้วยมนต์เสน่ห์ที่แตกต่างและโดดเด่นจากดิสนีย์แลนด์แห่งอื่นๆ ทั่วโลก ที่นี่คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความคลาสสิกของดิสนีย์กับวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น ทำให้เกิดเป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร จุดเด่นของ โตเกียวดิสนีย์แลนด์ ไม่ได้อยู่ที่ขนาดของปราสาทเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความใส่ใจในรายละเอียด การดูแลรักษาที่ยอดเยี่ยม และการสร้างสรรค์เครื่องเล่นและโชว์ที่ผสมผสานเทคโนโลยีและเรื่องราวได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้ผู้มาเที่ยวรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกแห่งเทพนิยายจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นโซนแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยปราสาทและตัวละครในฝัน หรือโซนแห่งอนาคตที่พาคุณท่องไปในอวกาศ ทุกมุมของ ดิสนีย์แลนด์ ญี่ปุ่น แห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความสุขและความประทับใจสูงสุดให้กับผู้มาเที่ยวทุกเพศทุกวัย
ข้อมูลสำคัญของโตเกียวดิสนีย์แลนด์
โตเกียวดิสนีย์แลนด์เป็นสวนสนุกดิสนีย์แห่งแรกที่เปิดนอกสหรัฐอเมริกา และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสวนสนุกที่ดีที่สุดในโลก ด้วยมาตรฐานการบำรุงรักษาที่ยอดเยี่ยม การบริการที่น่าประทับใจ และเครื่องเล่นที่เป็นเอกลักษณ์
- วันเปิดทำการครั้งแรก: 15 เมษายน 1983
- ที่ตั้ง: เมืองอุระยะซุ จังหวัดชิบะ (ติดกับโตเกียว)
- เจ้าของ: The Oriental Land Company (OLC) ซึ่งได้รับลิขสิทธิ์จากดิสนีย์
- ขนาดพื้นที่: 115 เอเคอร์ (ประมาณ 291 ไร่)
- สัญลักษณ์ของพาร์ค: ปราสาทซินเดอเรลล่า
- โซนธีม: มี 7 ดินแดนที่มีธีมแตกต่างกัน ได้แก่ World Bazaar, Adventureland, Westernland, Critter Country, Fantasyland, Toontown, และ Tomorrowland
- การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR สาย Keiyo หรือ Musashino มาลงที่สถานีไมฮามะ (Maihama Station) ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีจากสถานีโตเกียว
7 ดินแดนมหัศจรรย์ของโตเกียวดิสนีย์แลนด์
1. World Bazaar: ถนนชอปปิงในร่มสไตล์วิคตอเรียน
ทันทีที่ผ่านประตูเข้ามา คุณจะพบกับ World Bazaar ซึ่งเป็นถนนชอปปิงในร่มที่สวยงามและคึกคักที่สุดในปาร์ค ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมสไตล์วิคตอเรียนของอเมริกาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารอิฐแดงที่งดงามและหน้าต่างร้านค้าที่ตกแต่งอย่างมีสีสัน จุดเด่นคือโครงสร้างหลังคาแก้วขนาดใหญ่ที่ปกคลุมทั่วทั้งพื้นที่ ทำให้สามารถเดินเล่นและเลือกซื้อของได้อย่างสบายใจไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นอย่างไร ที่นี่คือศูนย์รวมร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดในปาร์ค มีสินค้าทุกประเภท ตั้งแต่ของที่ระลึกประจำเทศกาลไปจนถึงขนมของฝาก โดยมีร้าน Grand Emporium เป็นร้านที่ใหญ่และครบครันที่สุด นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารบรรยากาศดีอย่าง Great American Waffle Co. ที่มีวาฟเฟิลรูปมิกกี้เมาส์อันโด่งดัง ด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามและ Main Street ที่ทอดยาวไปสู่ปราสาทซินเดอเรลล่า ทำให้ World Bazaar เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่ทุกคนต้องแวะเช็คอิน
2. Adventureland: ดินแดนแห่งการผจญภัยสุดลึกลับ
ดินแดนนี้แบ่งออกเป็น 2 โซนหลักที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว คือโซน ป่าดงดิบ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังสำรวจป่าลึกลับ และโซน เมืองนิวออร์ลีนส์ ที่จำลองบรรยากาศจัตุรัสฝรั่งเศส (French Quarter) พร้อมเสียงดนตรีแจ๊ส กิจกรรมหลักของที่นี่คือการล่องเรือเข้าไปในโลกของโจรสลัดสุดระทึกใน Pirates of the Caribbean เพื่อพบกับกัปตันแจ็ค สแปร์โรว์ หรือจะเลือกผจญภัยไปกับ Jungle Cruise: Wildlife Expeditions ที่นายท้ายเรืออารมณ์ขันจะพาคุณไปพบกับสัตว์ป่าสารพัดชนิด นอกจากนี้ยังสามารถขึ้นรถไฟไอน้ำ Western River Railroad เพื่อชมทิวทัศน์รอบๆ ดินแดนแห่งนี้และดินแดนข้างเคียงได้อย่างเพลิดเพลิน
3. Westernland: ย้อนรอยสู่ยุคคาวบอยตะวันตก
ที่นี่คือดินแดนแห่งการบุกเบิกฝั่งตะวันตกของอเมริกา บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายของเมืองคาวบอย มีภูเขาหินสีแดงขนาดใหญ่เป็นสัญลักษณ์ เครื่องเล่นยอดนิยมที่สุดคือ Big Thunder Mountain รถไฟเหาะที่จะพาคุณตะลุยเหมืองทองร้างด้วยความเร็วสูง สำหรับกิจกรรมที่ผ่อนคลายลงมา สามารถล่องเรือจักรไอน้ำสุดคลาสสิก Mark Twain Riverboat ไปรอบๆ แม่น้ำแห่งอเมริกา (Rivers of America) เพื่อชมทิวทัศน์อันงดงาม หรือจะเลือกข้ามแพไปยัง Tom Sawyer Island เพื่อให้เด็กๆ ได้สำรวจถ้ำและสนุกกับการผจญภัยในแบบของตัวเอง
4. Critter Country: ดินแดนของเหล่าสัตว์น้อยริมแม่น้ำ
ดินแดนเล็กๆ ที่เงียบสงบและอบอุ่นแห่งนี้ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอเมริกา ตกแต่งในธีมป่าไม้ที่เต็มไปด้วยที่อยู่อาศัยของเหล่าสัตว์น้อยน่ารัก เหมาะสำหรับการพักผ่อนจากความวุ่นวายในโซนอื่นๆ จุดเด่นของที่นี่คือเครื่องเล่นล่องแก่งสุดคลาสสิก Splash Mountain (จะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต) ที่จะพาคุณติดตามเรื่องราวของกระต่าย Br'er Rabbit ก่อนจะทิ้งดิ่งลงมาจากน้ำตกขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Beaver Brothers Explorer Canoes ให้คุณได้พายเรือแคนูจริงๆ ไปรอบแม่น้ำพร้อมกับไกด์ เพื่อสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
5. Fantasyland: หัวใจแห่งเทพนิยายและเวทมนตร์
ดินแดนแห่งความฝันที่มี ปราสาทซินเดอเรลล่า อันสง่างามตั้งอยู่ใจกลาง ที่นี่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นจากแอนิเมชันดิสนีย์สุดคลาสสิก คุณจะได้นั่งในถ้วยชาที่เต้นรำไปตามบทเพลงใน Enchanted Tale of Beauty and the Beast และผจญภัยในป่าร้อยเอเคอร์อย่างไร้รางกับ Pooh's Hunny Hunt นอกจากนี้ยังมีเครื่องเล่นอมตะอย่าง "it's a small world" ที่จะพาคุณล่องเรือชมตุ๊กตาจากทั่วโลก หรือจะเลือกชมภาพยนตร์ 4 มิติที่จะพาคุณเข้าไปสู่โลกแห่งแอนิเมชันดิสนีย์เรื่องดังใน Mickey's PhilharMagic
6. Toontown: เมืองการ์ตูนสุดป่วนของมิกกี้และผองเพื่อน
เมืองการ์ตูนสีสันสดใสแห่งนี้ดูเหมือนหลุดออกมาจากแอนิเมชัน ทุกสิ่งทุกอย่างมีชีวิตชีวาและดูน่ารัก เป็นโลกที่มิกกี้เมาส์และเพื่อนๆ อาศัยอยู่จริง ไฮไลท์สำคัญคือการเข้าไปสำรวจ Mickey's House and Meet Mickey เพื่อถ่ายรูปคู่กับมิกกี้อย่างใกล้ชิด และแวะชมสตูดิโอแฟชั่นของมินนี่ เมาส์ ที่ Minnie's Style Studio เพื่อพบปะกับเธอในชุดสุดเก๋ สำหรับเครื่องเล่นสนุกๆ ก็มี Roger Rabbit's Car Toon Spin ที่จะพาคุณขับรถแท็กซี่หมุนติ้วผจญภัยไปในโลกสุดป่วน และรถไฟเหาะขนาดเล็กสำหรับเด็กๆ อย่าง Gadget's Go Coaster
7. Tomorrowland: ดินแดนแห่งโลกอนาคตและอวกาศ
ก้าวเข้าสู่โลกแห่งอนาคตที่เต็มไปด้วยจินตนาการและเทคโนโลยี อาคารต่างๆ มีดีไซน์ที่ล้ำสมัยในโทนสีเงินและน้ำเงิน ที่นี่คุณจะได้สนุกกับการเต้นไปพร้อมกับเบย์แม็กซ์ใน The Happy Ride with Baymax หรือนั่งรถรางแล้วใช้ไฟฉายส่องหาเหล่ามอนสเตอร์ใน Monsters, Inc. Ride & Go Seek! สำหรับผู้ที่รักความตื่นเต้น ต้องไม่พลาดรถไฟเหาะในความมืด Space Mountain ที่จะพาคุณพุ่งทะยานไปในกาแล็กซี หรือจะร่วมต่อสู้กับจักรพรรดิเซิร์กด้วยการยิงปืนเลเซอร์ใน Buzz Lightyear's Astro Blasters
ไฮไลต์เด็ดของโตเกียวดิสนีย์แลนด์
โตเกียวดิสนีย์แลนด์มีเครื่องเล่นและกิจกรรมมากมายที่หาไม่ได้จากดิสนีย์แลนด์ที่อื่นๆ ทั่วโลก ทำให้ที่นี่พิเศษและน่ามาเที่ยวมากขึ้นกว่าเดิม โดยมีเครื่องเล่นที่น่าสนใจดังนี้
- Pooh's Hunny Hunt: เครื่องเล่นที่ใช้เทคโนโลยีไร้ราง (Trackless Ride System) แห่งแรกของโลก ให้ความรู้สึกเสมือนได้นั่งไปในนิทานของวินนี่ เดอะ พูห์ อย่างอิสระในแบบที่ไม่สามารถคาดเดาได้
- Monsters, Inc. Ride & Go Seek!: เป็นเครื่องเล่นแบบอินเทอร์แอคทีฟ คุณจะได้ใช้ไฟฉายส่องหาตัวละครจากภาพยนตร์ Monsters, Inc. ทั่วทั้งฉาก ถือเป็นเครื่องเล่นที่มีความสนุกและน่ารักไม่เหมือนใคร
- The Happy Ride with Baymax: เครื่องเล่นสุดน่ารักจากภาพยนตร์ Big Hero 6 ที่จะพาคุณเต้นไปกับเพลงจังหวะสนุกสนาน
- Cinderella's Fairytale Hall: ไม่ใช่แค่การชมปราสาท แต่คุณยังสามารถเดินเข้าไปในปราสาทซินเดอเรลล่า ชมเรื่องราวผ่านภาพวาด หุ่นจำลอง และสัมผัสประสบการณ์แบบอินเทอร์แอคทีฟได้
เครื่องเล่น Disneyland Tokyo มีอะไรน่าเล่น?
โตเกียวดิสนีย์แลนด์ เต็มไปด้วยเครื่องเล่นหลากหลายสไตล์ ตั้งแต่เครื่องเล่นสำหรับเด็กเล็กไปจนถึงเครื่องเล่นสุดหวาดเสียวที่ขาท้าทายทุกความกล้า ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนดิสนีย์ตัวจริง หรือแค่มองหาความสนุกสนาน ที่นี่มีครบทั้งหมด
- Enchanted Tale of Beauty and the Beast: เครื่องเล่นใหม่ล่าสุดที่ได้รับความนิยมอย่างถล่มทลาย พาคุณเข้าสู่โลกของโฉมงามกับเจ้าชายอสูรด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย
- Splash Mountain: ผจญภัยล่องเรือชมเรื่องราวของ Br'er Rabbit ก่อนจะดิ่งลงจากความสูงสร้างความตื่นเต้นและเปียกปอน
- Big Thunder Mountain: รถไฟเหาะในเหมืองทองคำที่เร้าอารมณ์เร้าใจท่ามกลางหุบเขาแดนตะวันตก
- Pirates of the Caribbean: ล่องเรือสู่โลกโจรสลัด ชมฉากแอ็กชันชั้นสุดคลาสสิกและเพลงประกอบที่คุ้นหูของภาพยนตร์โจรสลัดขวัญใจทุกคน
- Haunted Mansion: คฤหาสน์ผีสิงสุดคลาสสิกที่เต็มไปด้วยเหล่าผีตลกมีเสน่ห์
รวมโชว์ห้ามพลาดที่ดิสนีย์แลนด์ ญี่ปุ่น
นอกเหนือจากเครื่องเล่นแล้ว ดิสนีย์แลนด์ ญี่ปุ่น ยังมีโชว์และขบวนพาเหรดที่น่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาด โดยโชว์เหล่านี้จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลและเทศกาลต่างๆ ทำให้การมาเที่ยวในแต่ละครั้ง คุณจะได้รับประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำกัน ไม่ว่าจะเป็น
- Disney Light the Night: การแสดงพลุเหนือปราสาทซินเดอเรลล่าในยามค่ำคืน ซึ่งจะเปลี่ยนธีมไปตามฤดูกาลและเทศกาลต่างๆ
- Dreaming Up!: ขบวนพาเหรดตอนกลางวันที่เต็มไปด้วยตัวละครดิสนีย์และพิซาร์ในชุดสีสันสดใส พร้อมดนตรีสนุกสนาน
- Electrical Parade DreamLights: ขบวนพาเหรดตอนกลางคืนที่ประดับประดาด้วยไฟ LED นับล้านดวง สร้างความสว่างไสวและความประทับใจยามค่ำคืน
เคล็ดลับการเที่ยวโตเกียวดิสนีย์แลนด์ให้สนุก
- ดาวน์โหลดแอป Tokyo Disney Resort: แอปพลิเคชันนี้สำคัญมากในการวางแผนการเที่ยว คุณสามารถตรวจสอบเวลาคิวเครื่องเล่น ดูตารางการแสดงและขบวนพาเหรด จองร้านอาหาร รวมถึงใช้ Disney Premier Access และ Entry Request
- Disney Premier Access: สำหรับเครื่องเล่นและโชว์ยอดนิยม คุณสามารถซื้อ Disney Premier Access ผ่านแอปเพื่อเข้าแถวแบบพิเศษและใช้เวลารอคิวสั้นลง ทำให้คุณสามารถเล่นเครื่องเล่นได้มากขึ้นในหนึ่งวัน แนะนำให้ซื้อตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะมีจำนวนจำกัดและอาจหมดเร็ว โดยเฉพาะช่วงวันหยุด
- เช็กตารางการแสดงและเวลาเปิด-ปิด: ตรวจสอบเวลาทำการของสวนสนุกและตารางการแสดงล่วงหน้า โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลหรือวันหยุด ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลง
- ดูสภาพอากาศ: เตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ หากมีฝนตก ควรพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไปด้วย
- ไปถึงสวนสนุกแต่เช้า: การไปถึงก่อนเวลาเปิดจะช่วยให้คุณเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่ได้เข้าสวนสนุก และมีโอกาสเล่นเครื่องเล่นยอดนิยมได้โดยไม่ต้องรอคิวนาน
- ใช้บริการ Child Swap: สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก หากมีเครื่องเล่นที่เด็กไม่สามารถเล่นได้ ผู้ใหญ่สามารถสลับกันดูแลเด็กได้ โดยผู้ปกครองอีกคนสามารถรอและเล่นเครื่องเล่นได้โดยไม่ต้องต่อคิวใหม่
โตเกียวดิสนีย์แลนด์ มีเครื่องเล่นมากมายที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับเด็กเล็ก ทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับทุกวัยในครอบครัว โดยเครื่องเล่นที่ได้รับความนิยมสำหรับเด็กมีดังนี้:
- "it's a small world": การล่องเรือชมหุ่นเด็กๆ ที่ร้องเพลง "It's a Small World" เป็นภาษาต่างๆ ทั่วโลก เป็นเครื่องเล่นที่คลาสสิกและได้รับความนิยมเป็น
- Dumbo the Flying Elephant: บินขึ้นไปบนฟ้ากับดัมโบ้ ช้างน้อยน่ารักที่เด็กๆ สามารถควบคุมระดับความสูงได้เอง
- Castle Carrousel: ม้าหมุนแสนสวยที่ตั้งอยู่หน้าปราสาทซินเดอเรลล่า ให้เด็กๆ ได้สัมผัสประสบการณ์เหมือนเจ้าหญิงเจ้าชาย
- Peter Pan's Flight: เครื่องเล่นที่จำลองการบินของปีเตอร์แพนและผองเพื่อนเหนือกรุงลอนดอนและเนเวอร์แลนด์
- Mickey's House and Meet Mickey: บ้านของมิกกี้เมาส์ที่เด็กๆ สามารถเดินสำรวจและถ่ายรูปกับมิกกี้ได้
- Goofy's Paint 'n' Play House: บ้านของกูฟฟี่ที่เด็กๆ สามารถใช้ปืนฉีดสีเสมือนจริงเพื่อระบายสีห้องต่างๆ ได้อย่างสนุกสนาน
เวลาเปิด-ปิดโตเกียวดิสนีย์แลนด์อัปเดตล่าสุด
โดยทั่วไป โตเกียวดิสนีย์แลนด์ จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09:00 น. ถึง 21:00 น. ในแต่ละวัน อย่างไรก็ตาม เวลาทำการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล วันหยุดยาว หรือวันที่มีอีเวนต์พิเศษต่างๆ เพื่อความแม่นยำที่สุดและไม่พลาดทุกความสนุก ควรตรวจสอบเวลาเปิด-ปิดทำการล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ทางการของ Tokyo Disney Resort หรือแอปพลิเคชัน Tokyo Disney Resort ก่อนการเดินทางเสมอ
- เวลาทำการปกติ: 09:00 น. - 21:00 น.
- เวลาทำการช่วงเทศกาล/วันหยุด: อาจมีการปรับเปลี่ยนเวลาเปิด-ปิด หรือมีช่วงเวลาพิเศษ ควรตรวจสอบล่วงหน้า
- การอัปเดต: เวลาทำการจะมีการอัปเดตบนเว็บไซต์และแอปฯ ของ Tokyo Disney Resort
วิธีเดินทางไปโตเกียวดิสนีย์แลนด์
โตเกียวดิสนีย์แลนด์ ตั้งอยู่ในเมืองอุระยะซุ จังหวัดชิบะ การเดินทางไปยังสวนสนุกแห่งนี้สะดวกสบายและเข้าถึงได้ง่ายจากใจกลางกรุงโตเกียว โดยมีวิธีการเดินทางที่หลากหลาย ดังนี้
- การเดินทางโดยรถไฟ (แนะนำที่สุด):
- สถานีปลายทาง: Maihama Station บนสาย JR Keiyo Line หรือ JR Musashino Line
- จากสถานี Tokyo (โตเกียว): ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที โดยนั่งรถไฟสาย JR Keiyo Line หรือ JR Musashino Line ตรงไปยังสถานี Maihama
- จากสถานี Shinjuku (ชินจูกุ): ใช้เวลาประมาณ 40 นาที โดยนั่งรถไฟ JR Chuo Line ไปยังสถานี Tokyo จากนั้นเปลี่ยนเป็น JR Keiyo Line / Musashino Line ไปยัง Maihama
- จากสถานี Ikebukuro (อิเคะบุคุโระ): ใช้เวลาประมาณ 55 นาที โดยนั่งรถไฟ JR Yamanote Line ไปยังสถานี Tokyo จากนั้นเปลี่ยนเป็น JR Keiyo Line / Musashino Line ไปยัง Maihama
- จากสถานี Akihabara (อากิฮาบาระ): ใช้เวลาประมาณ 35 นาที โดยนั่งรถไฟ JR Yamanote Line ไปยังสถานี Tokyo จากนั้นเปลี่ยนเป็น JR Keiyo Line / Musashino Line ไปยัง Maihama
- จากสถานี Maihama ไป Tokyo Disneyland: เมื่อลงสถานี Maihama แล้ว สามารถเดินเท้าต่อประมาณ 5 นาทีถึงทางเข้า Tokyo Disneyland หรือจะนั่งรถไฟ Disney Resort Line ไปยังสถานี Tokyo Disneyland Station ก็ได้
- การเดินทางโดยรถบัส:
- มีบริการรถบัสรับส่งจากจุดต่างๆ ในโตเกียว รวมถึงสนามบินนาริตะ (Narita Airport) และสนามบินฮาเนดะ (Haneda Airport) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวกสบาย โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เดินทางพร้อมสัมภาระ
- จากสนามบินนาริตะ: ใช้เวลาประมาณ 65 นาที
- จากสนามบินฮาเนดะ: ใช้เวลาประมาณ 50–60 นาที
การเดินทางด้วยรถไฟเป็นวิธีที่เร็วและสะดวกที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีบัตร JR Pass หรือ Tokyo Subway Pass อยู่แล้ว และต้องการเดินทางตั้งแต่ Disneyland Tokyo ถึงที่พักกับ Gother ก็สามารถเริ่มต้นทุกการผจญภัยของคุณราบรื่นและเต็มไปด้วยความสุขตั้งแต่ก้าวแรก!
ไม่ว่าคุณจะเดินทางมาคนเดียว คู่รัก หรือครอบครัว โตเกียวดิสนีย์แลนด์ ก็พร้อมมอบความมหัศจรรย์และรอยยิ้มให้กับทุกคนเสมอ และที่สำคัญ อย่าลืมให้ Gother เป็นเพื่อนที่ช่วยวางแผนทริปดิสนีย์แดนญี่ปุ่น จองตั๋วล่วงหน้าแบบง่าย จองถึง Disneyland Tokyo ของคุณวันนี้ แล้วเตรียมตัวเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการได้เลย!
การเดินทางด้วยรถไฟเป็นวิธีที่เร็วและสะดวกที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีบัตร JR Pass หรือ Tokyo Subway Pass อยู่แล้ว และอย่าลืมว่าการจอง ตั๋ว Disneyland Tokyo ล่วงหน้ากับ Gother จะทำให้การเริ่มต้นการผจญภัยของคุณราบรื่นและเต็มไปด้วยความสุขตั้งแต่ก้าวแรก!
ควรเที่ยวโตเกียวดิสนีย์แลนกี่วันดี?
- แผน 2 วัน (1 วันต่อพาร์ค) เหมาะสำหรับผู้มีเวลาน้อยและต้องการเก็บเฉพาะไฮไลท์ข้อเสียคือจะพลาดรายละเอียดหลายอย่างและต้องวางแผนอย่างรัดกุม
- แผน 3 วัน (แนะนำที่สุด) เป็นแผนที่สมดุลและลงตัวที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ มีเวลาเที่ยวแต่ละพาร์คอย่างเต็มที่ และมีวันที่สามไว้สำหรับเก็บตกเครื่องเล่นที่ประทับใจหรือชมโชว์ที่พลาดไป ทำให้การเที่ยวไม่เร่งรีบ
- แผน 4 วัน (2 วันต่อพาร์ค) เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับแฟนดิสนีย์ตัวยงและครอบครัว สามารถเที่ยวแบบสบายๆ ซึมซับทุกบรรยากาศได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา
- ข้อควรรู้: ปัจจุบันรีสอร์ตยังไม่มีตั๋วแบบหลายวัน (Multi-Day Pass) จึงจำเป็นต้องซื้อตั๋วแบบ 1 วันแยกสำหรับแต่ละวัน และต้องระบุพาร์คที่จะเข้าล่วงหน้า
เที่ยวโตเกียวดิสนีย์แลนด์เดือนไหนดี?
ควรหลีกเลี่ยงวันหยุดสุดสัปดาห์ (เสาร์-อาทิตย์) และวันหยุดนักขัตฤกษ์ของญี่ปุ่น วันที่ดีที่สุดในการเที่ยวคือ วันอังคารและวันพุธ
ช่วงเวลาที่แนะนำ (คนน้อย)
- กลางเดือนมกราคม - กลางเดือนกุมภาพันธ์: คนน้อยที่สุดของปี แต่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับอากาศที่หนาวเย็น
- กลางเดือนพฤษภาคม - กลางเดือนมิถุนายน: อากาศดี คนไม่เยอะ (หลังช่วง Golden Week) แต่อาจเจอฝนได้ในปลายเดือนมิถุนายน
- กลางเดือนกันยายน - ต้นเดือนตุลาคม: อากาศเย็นสบายและคนยังไม่เยอะมาก ก่อนเข้าช่วงอีเวนต์ฮาโลวีน
ช่วงเวลาที่ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาด (คนเยอะมหาศาล)
- Golden Week: (ปลายเมษายน - ต้นพฤษภาคม)
- เทศกาล Obon: (กลางสิงหาคม)
- ช่วงปีใหม่: (ปลายธันวาคม - ต้นมกราคม)
- ช่วงปิดเทอม: ฤดูใบไม้ผลิ (ปลายมีนาคม-ต้นเมษายน) และฤดูร้อน (กรกฎาคม-สิงหาคม)
ไม่ว่าจะมาเที่ยวครั้งแรกหรือกลับมาเที่ยวอีกครั้ง โตเกียวดิสนีย์แลนด์ ก็พร้อมมอบความมหัศจรรย์และรอยยิ้มให้กับคุณเสมอ อย่ารอช้า! ให้ Gother เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้การผจญภัยใน ดิสนีย์แลนด์ ญี่ปุ่น ของคุณสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น จองตั๋ว Disneyland Tokyo ของคุณวันนี้ แล้วเตรียมตัวเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการได้เลย!
แพ็คเกจบัตรเข้าสวนสนุกโตเกียวดิสนีย์แลนด์
บัตรเข้าสวนสนุก 1 วัน (1-Day Passport)
สิทธิประโยชน์ของบัตร 1 วันทุกประเภท คือผู้ถือบัตรสามารถเข้าเล่นเครื่องเล่นและชมความบันเทิงทุกชนิดได้ไม่จำกัดตลอดทั้งวันที่สวนสนุกเปิดทำการ คุณสามารถเข้าโตเกียวดิสนีย์แลนด์ได้ตั้งแต่เวลาเปิดจนถึงเวลาปิด เพลิดเพลินกับทุกโซนและขบวนพาเหรดได้เต็มที่ นอกจากนี้ หากออกจากสวนสนุกระหว่างวัน คุณสามารถขอตราประทับที่มือเพื่อกลับเข้าใหม่ในวันเดียวกันได้ โดยจะแบ่งเป็น Tier ได้ตามด้านล่าง
Regular — วันธรรมดาทั่วไป
คือบัตรพื้นฐานสำหรับการเข้าโตเกียวดิสนีย์แลนด์แบบเต็มวัน เปิดสวนถึงปิดสวน ในวันที่จัดอยู่ในหมวด Regular หรือวันที่ปริมาณคนเข้าชมปกติทั่วไป ไม่แน่นหนามากนักแต่ก็ไม่ถือว่าคนน้อยที่สุด โดยมากมักเป็นวันธรรมดาทั่วไปที่ไม่ได้ตรงกับช่วงวันหยุดหรือเทศกาลสำคัญ ราคาของบัตร Regular จะอยู่ในช่วงระดับกลางของเรตค่าบัตร 1 วัน บัตร Regular จึงเป็นบัตรมาตรฐานที่หลายคนจะได้ใช้เมื่อไปวันธรรมดาทั่วไป
สิทธิประโยชน์ บัตร 1 วันทุกประเภทให้สิทธิ์เข้าเล่นเครื่องเล่นและชมความบันเทิงทุกชนิดได้ไม่จำกัดตลอดทั้งวันที่สวนสนุกเปิดทำการ คุณสามารถเข้าโตเกียวดิสนีย์แลนด์ได้ตั้งแต่เวลาเปิดจนถึงเวลาปิดของวันนั้น เพลิดเพลินกับทุกโซนและขบวนพาเหรดได้เต็มที่ นอกจากนี้ หากออกจากสวนสนุกระหว่างวัน คุณสามารถขอตราประทับที่มือเพื่อกลับเข้าใหม่ในวันเดียวกันได้
เงื่อนไขการใช้งาน บัตร Regular ใช้ได้เฉพาะในวันที่ระบุบนบัตรเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้ามวันหรือเปลี่ยนแปลงภายหลังโดยไม่ได้ดำเนินการตามเงื่อนไขของทางสวนสนุก ซึ่งทางสวนสนุกระบุว่ามีความยืดหยุ่นพอสมควรในการเลื่อนวัน แต่หากเลยกำหนดหรือบัตรหมดอายุแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนหรือคืนเงินได้ ผู้ถือบัตรควรดาวน์โหลดแอป Tokyo Disney Resort เพื่อใช้บริการต่าง ๆ ในสวน เช่น การจองคิว Standby Pass สำหรับเครื่องเล่นยอดนิยมบางอย่าง ทั้งนี้ บัตร Regular ไม่รวมบริการพิเศษอื่น เช่น Disney Premier Access ซึ่งหากต้องการใช้ต้องซื้อเพิ่มเติมต่างหาก
Disney Premier Access (DPA) คืออะไร?
Disney Premier Access (DPA) คือบัตรเสริมแบบมีค่าใช้จ่ายที่ซื้อแยกต่างหากจากบัตรเข้าสวนสนุกหลัก โดยช่วยให้ผู้ถือบัตรสามารถลัดคิวในเครื่องเล่นยอดนิยมหรือเข้าพื้นที่ชมโชว์ขบวนพาเหรดได้รวดเร็วขึ้น ทำให้สามารถประหยัดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพการเที่ยวภายในวันเดียวได้มากขึ้น
รายการเครื่องเล่นและโชว์ใน Tokyo Disneyland ที่รองรับ DPA
- Enchanted Tale of Beauty and the Beast
- The Happy Ride with Baymax
- Splash Mountain
- Disney Harmony in Color
- Tokyo Disneyland Electrical Parade Dreamlights
- Reach for the Stars
- Mickey’s Magical Music World
- Club Mouse Beat
- The Villains’ Halloween Into the Frenzy 2025
วิธีซื้อและการใช้งาน
- ยืนยันบัตรในแอป Tokyo Disney Resort → เมนู My Plan > Disney Premier Access → เลือกบัตรของทุกคนในกลุ่ม (สแกนโค้ดได้ถ้าเป็นตั๋วกระดาษ)
- เลือกประสบการณ์และเวลา ที่ต้องการ ถ้าช่วงที่เต็มจะแสดง Unavailable
- ชำระเงิน ด้วยบัตรเครดิต/เดบิต/พรีเพดที่รองรับ
- ไปตามเวลาที่ระบุ เข้าทาง Priority Access Entrance และแสดงโค้ด DPA ในแอปเพื่อสแกนเข้า
สิทธิ์ใช้ได้เฉพาะวันที่ไป และช่วงเวลาที่เลือก ไม่รับเปลี่ยน/ยกเลิก/คืนเงิน ยกเว้นกรณีพาเหรดมีการเปลี่ยนแปลงตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขของทางสวนสนุก
ถ้าไม่มีสมาร์ตโฟนหรือบัตรชำระเงิน สามารถซื้อ DPA ได้ที่ Main Street House (ทั้งวัน) และจุดขายที่กำหนดในสวน สนใจให้แคสต์แนะนำจุดขายในวันนั้น ๆ ได้
Non-Peak — วันนอกช่วงพีค (คนน้อยที่สุด)
คือบัตรสำหรับวันที่คนน้อยเป็นพิเศษ หรือช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว โดยปกติวันเหล่านี้จะเป็นวันธรรมดาช่วงโลว์ซีซัน เช่น ปลายเดือนมกราคมถึงต้นมีนาคม หรือกลางกันยายนถึงกลางธันวาคม ที่ไม่ได้มีอีเวนต์ใหญ่และไม่ติดวันหยุดยาวของญี่ปุ่น ช่วงวันเหล่านี้ทางสวนสนุกจะกำหนดราคาบัตรถูกที่สุด และจำนวนคนคาดว่าจะบางตากว่าปกติ
ราคา บัตร Non-Peak เป็นบัตรที่มีราคาถูกที่สุดในบรรดาบัตร 1 วันทั้งหมด เนื่องจากเป็นวันที่คนน้อย
สิทธิประโยชน์ ด้วยบัตร Non-Peak คุณจะได้รับสิทธิ์ทุกอย่างเช่นเดียวกับบัตร 1 วันอื่น ๆ เข้าเล่นเครื่องเล่น/ชมโชว์ได้ไม่จำกัดทั้งวัน แต่ข้อดีเพิ่มเติมของการไปวัน Non-Peak คือ สวนสนุกจะมีความแออัดน้อยกว่า ทำให้เวลาต่อคิวสั้นลงมากเมื่อเทียบกับวันปกติหรือวันพีค หลาย ๆ เครื่องเล่นอาจรอเพียงไม่กี่นาทีหรือไม่ต้องรอเลยในบางช่วงเวลา ผู้เข้าชมสามารถเดินเที่ยว ถ่ายรูป ชมบรรยากาศได้อย่างสบาย ๆ ไม่เบียดเสียด นอกจากนี้เนื่องจากคนน้อยที่นั่งชมขบวนพาเหรดหรืองานโชว์ต่าง ๆ ก็หาที่ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องไปจับจองล่วงหน้านาน ๆ ถือเป็นประสบการณ์ดิสนีย์แลนด์ที่ผ่อนคลายกว่า โดยเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด
เงื่อนไขการใช้งาน เงื่อนไขเหมือนกับบัตร 1 วันทั่วไปทุกประการ ใช้ได้เฉพาะวันที่ระบุ บัตร Non-Peak ก็จัดอยู่ในตระกูลบัตร 1-Day Passport เพียงแต่เป็นราคาถูกสุดในสี่ระดับ ควรระวังว่าบางช่วงเวลาที่คนน้อยมาก ๆ ทางสวนสนุกอาจปรับลดเวลาเปิด-ปิดลงบ้าง ควรเช็กเวลาเปิดทำการของวันนั้นล่วงหน้าในเว็บไซต์ทางการประกอบด้วย แต่โดยทั่วไปก็ยังถือว่าได้เข้าเต็มวันที่สวนสนุกเปิดอยู่ดี
Peak — วันพีค (ช่วงคนเยอะ)
คือบัตรสำหรับวันที่มีความต้องการเข้าชมสูง หรือวันที่คาดว่าจะมีผู้เข้าชมหนาแน่นกว่าวันปกติอย่างชัดเจน เช่น วันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ของญี่ปุ่น ช่วงปิดเทอม หรือฤดูกาลท่องเที่ยว เช่นฤดูใบไม้ผลิชมซากุระ ช่วงเทศกาลฮัลโลวีนและคริสต์มาส วันเหล่านี้ทางสวนสนุกจะจัดอยู่ในประเภท Peak และคิดค่าบัตรสูงขึ้นตามกลไกราคาของสวนสนุก
ราคา บัตร Peak มีราคาสูงกว่าบัตร Regular และ Non-Peak โดยเป็นระดับรองสูงสุด
สิทธิประโยชน์ บัตร Peak ให้สิทธิ์เข้าใช้สวนสนุกเต็มวันที่กำหนดเช่นเดียวกับบัตรอื่น ๆ สิ่งที่ต่างคือ ประสบการณ์ในวัน Peak จะคึกคักและเต็มไปด้วยกิจกรรม เนื่องจากมักตรงกับช่วงที่มีการจัดเทศกาลหรือกิจกรรมพิเศษของสวนสนุก เช่น เทศกาลฮาโลวีน คริสต์มาส อีสเตอร์ หรือโชว์พิเศษตามฤดูกาล ผู้เข้าชมจะได้เห็นสวนสนุกตกแต่งสวยงามเต็มที่ มีขบวนพาเหรดชุดใหญ่ตามธีมเทศกาล ซึ่งวันธรรมดาบางช่วงอาจไม่มี รวมถึงตารางการแสดงต่าง ๆ ที่จัดเต็มครบถ้วน นอกจากนี้วันคนเยอะบางครั้งทางสวนสนุกอาจขยายเวลาเปิดทำการนานขึ้น เพื่อรองรับแขกจำนวนมาก คุณจึงอาจได้อยู่ในสวนสนุกนานขึ้นเล็กน้อยและมีโอกาสชมดอกไม้ไฟหรือการแสดงรอบดึกได้
เงื่อนไขการใช้งาน เงื่อนไขเหมือนบัตร 1 วันทั่วไป ระบุวัน-สวนสนุก เข้าได้เฉพาะวันนั้น สวนสนุกนั้น แต่สิ่งที่ต้องคำนึงสำหรับวัน Peak คือ ความแออัดภายในสวนสนุก ไม่ใช่ข้อจำกัดที่มาจากบัตรโดยตรง แต่หมายถึงเมื่อคนเยอะ ทุกอย่างจะต้องเผื่อเวลามากขึ้น เช่น คิวเครื่องเล่นยอดนิยมอาจยาว 1-2 ชั่วโมง ร้านอาหารช่วงเที่ยงต้องต่อคิว ห้องน้ำก็อาจมีแถว ฯลฯ ดังนั้นผู้ถือบัตร 1 วันในวัน Peak จำเป็นต้องบริหารเวลาและพลังงานให้ดี เพื่อให้ทันทำกิจกรรมที่อยากทำมากที่สุดภายในเวลาที่มี นอกจากนี้บัตร Peak ควรซื้อล่วงหน้าเพราะมีโอกาสขายหมดสูง หากไปซื้อหน้างานวันนั้นอาจพบว่าบัตรเต็มแล้วไม่ได้เข้า
Super Peak — วันพีคพิเศษ (ช่วงคนเยอะมากเป็นพิเศษ)
คือบัตรสำหรับวันที่พีคที่สุด หรือวันที่คาดว่าจะมีผู้เข้ามาแน่นสวนสนุกมากเป็นประวัติการณ์และบัตรมีความต้องการสูงมาก ๆ โดยทั่วไปคือ ช่วงวันหยุดยาวระดับชาติ หรือเทศกาลใหญ่ของญี่ปุ่น เช่น ช่วงปีใหม่ (ปลายธันวาคม-วันปีใหม่) ช่วงโกลเด้นวีค (ปลายเมษายน-ต้นพฤษภาคม) เทศกาลโอบ้ง (กลางเดือนสิงหาคม) รวมถึงวันพิเศษอย่างวันครบรอบการเปิดสวนสนุก หรือ วันเปิดเครื่องเล่นใหม่ เป็นต้น วันเหล่านี้ถูกจัดเป็น Super Peak ซึ่งเป็นระดับราคาบัตรสูงสุด และสวนสนุกมักจะเต็มไปด้วยผู้คนหนาแน่นมากที่สุดในรอบปี
ราคา บัตร Super Peak เป็นบัตรที่มีราคาแพงที่สุด ของโตเกียวดิสนีย์แลนด์สำหรับบัตรแบบ 1 วัน ราคาที่สูงนี้สะท้อนถึงความต้องการที่ล้นหลามและความพิเศษของวันนั้น ๆ
สิทธิประโยชน์ การไปเยือนดิสนีย์แลนด์วัน Super Peak จะเป็นประสบการณ์ที่สุดพิเศษในหลาย ๆ ด้าน
- บรรยากาศเทศกาลเต็มรูปแบบ ถ้าไปช่วงปีใหม่ คุณจะได้เห็นพิธีการเฉลิมฉลองปีใหม่แบบญี่ปุ่นในสวนสนุก New Year’s Eve / New Year celebration หากเป็นช่วงเปิดตัวโซนใหม่คุณจะได้เป็นหนึ่งในแขกกลุ่มแรก ๆ ที่สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ซึ่งช่วงเวลาเหล่านี้หาไม่ได้ในวันปกติ
- กิจกรรมโชว์ที่มีเฉพาะวันสำคัญ เช่น คืนวันที่ 31 ธันวาคม มักมีงานพิเศษข้ามปี New Year’s Eve Party ที่ต้องใช้บัตรเข้าร่วมพิเศษ หรือวันครบรอบ 50 ปี ของสวนสนุกก็อาจมีโชว์และสินค้าลิมิเต็ดที่หายาก
- อาจได้เวลาเที่ยวเพิ่ม บางช่วงอย่างคืนส่งท้ายปีเก่า ทางดิสนีย์แลนด์เคยเปิดข้ามคืนเพื่อฉลองปีใหม่ แต่สำหรับผู้ถือบัตร 1 วัน Super Peak ทั่วไป ในช่วงวันหยุดยาวสวนสนุกมักขยายเวลาปิดดึกกว่าปกติอยู่แล้ว คุณจึงมีเวลาภายในสวนสนุกมากกว่าวันธรรมดาทั่วไปเล็กน้อย
เงื่อนไขการใช้งาน เช่นเดียวกับบัตร 1 วันอื่น ๆ ทุกประการ แต่สิ่งที่ต้องเน้นย้ำสำหรับวัน Super Peak คือ
- ควรจองล่วงหน้านานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปกติแล้วระบบขายบัตรเปิด 2 เดือนล่วงหน้า แต่สำหรับช่วงเทศกาลใหญ่ เช่น ช่วงปีใหม่ จะมีผู้รอจองพร้อมกันจำนวนมาก บัตรอาจหมดภายในเวลาอันสั้นมาก ดังนั้นถ้าเล็งวันเหล่านี้ ให้ลงรีมายเดอร์และเข้าจองทันทีที่เปิด
- จำนวนคนอาจถึงขีดสุด เตรียมใจว่าความหนาแน่นของฝูงชนจะมากกว่าวัน Peak ปกติอีก คิวทุกอย่างจะยาวขึ้นไปอีกขั้น พื้นที่นั่งพักอาจหาได้ยาก ช่วงขบวนพาเหรดหรือโชว์จะมีคนจับจองพื้นที่ชมแน่นทุกตารางนิ้ว ดังนั้นความอดทนและความมีระเบียบวินัยเป็นกุญแจสำคัญของการเที่ยววันเหล่านี้ ควรเคารพกฎระเบียบและผู้อื่นอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ทุกคนสนุกด้วยกันได้
- บริการบางอย่างอาจปรับตามสถานการณ์ ในวันที่คนล้นมาก ๆ ทางสวนสนุกอาจมีมาตรการพิเศษ เช่น เปิดพื้นที่ staging พิเศษให้คนรอ หรือแจกบัตรคิวเข้าร้านขายของยอดนิยมเพื่อควบคุมจำนวนคน ฯลฯ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานอย่างเคร่งครัด
สรุปเปรียบเทียบบัตร 1 วัน ทั้ง 4 ประเภท
- Non-Peak — ถูกที่สุด คนโล่งสุด
- Regular — ราคากลาง คนปกติ
- Peak — ราคาแพงขึ้น คนเยอะ
- Super Peak — แพงสุด คนแน่นสุด
ทุกประเภทสามารถเข้าเล่นเครื่องเล่นและโชว์ได้ไม่จำกัด ความแตกต่างอยู่ที่ราคาและจำนวนคนในวันใช้งาน การเลือกควรพิจารณาจากวันที่คุณจะไปเที่ยว และตรวจสอบตารางวันจากเว็บไซต์ทางการก่อนตัดสินใจซื้อเสมอ
บัตรเข้าสวนสนุกหลายวัน (Multi-Day Passports)
สำหรับผู้ที่ต้องการใช้เวลาในโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ทมากกว่า 1 วัน โตเกียวดิสนีย์แลนด์มีบัตรชนิดหลายวันซึ่งช่วยให้การเที่ยวต่อเนื่องสะดวกขึ้นและคุ้มค่ากว่าการซื้อบัตร 1 วันแยกหลายใบ บัตรหลายวันในปัจจุบันประกอบด้วย บัตร 2-Day Passport, 3-Day Magic Passport และ 4-Day Magic Passport (คำว่า Magic ในที่นี้หมายถึงบัตรที่ให้สิทธิพิเศษเรื่องการเลือกสวนสนุกในบางวัน) โดยรายละเอียดดังนี้
- บัตร 2-Day Passport ใช้เข้าดิสนีย์พาร์ค 2 วันต่อเนื่อง (วันติดกัน) โดยสามารถเลือกสวนสนุกที่ต้องการในแต่ละวันได้หนึ่งแห่ง เช่น วันแรกเข้าโตเกียวดิสนีย์แลนด์ วันที่สองเข้าโตเกียวดิสนีย์ซี หรือสลับกันตามที่ต้องการ แต่ไม่สามารถเข้าสองสวนในวันเดียวกันได้ บัตรนี้ไม่มีคำว่า Magic เพราะทั้ง 2 วันจะล็อกว่า 1 วันต่อ 1 สวนอยู่แล้ว
- บัตร 3-Day Magic Passport ใช้เข้าดิสนีย์พาร์ค 3 วันต่อเนื่อง โดยสองวันแรกจะถูกกำหนดสวนสนุกไม่ซ้ำกัน คือ หนึ่งวันต้องเข้า Disneyland และอีกวันต้องเข้า DisneySea อย่างละหนึ่งครั้ง ส่วนวันที่สาม (Magic) ผู้ถือบัตรสามารถเลือกได้เองว่าจะกลับไปเที่ยวสวนสนุกไหนก็ได้ตามใจชอบ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าวันที่สามจะเดินสลับไปมาสองที่ได้ แต่คือเลือกเข้าได้หนึ่งสวนทั้งวัน เพียงแต่ให้สิทธิ์เลือกสวนซ้ำได้ไม่จำกัด (ต่างจากสองวันแรกที่ห้ามซ้ำ)
- บัตร 4-Day Magic Passport ใช้เข้าดิสนีย์พาร์ค 4 วันต่อเนื่อง โดยสองวันแรกต้องเข้า Disneyland และ DisneySea อย่างละหนึ่งครั้ง (เช่นเดียวกับแบบ 3 วัน) จากนั้นวันที่สามและสี่สามารถเลือกสวนสนุกได้ตามอิสระ บัตรนี้ให้ความยืดหยุ่นสูงสำหรับผู้ที่อยากใช้เวลาทุกซอกทุกมุมของทั้งสองสวนสนุกอย่างเต็มที่
สิทธิประโยชน์ ข้อดีของบัตรหลายวันคือความต่อเนื่องและความคุ้มค่า คุณไม่ต้องเสียเวลาซื้อบัตรใหม่ทุกวัน และได้ส่วนลดเมื่อคิดราคาเฉลี่ยต่อวัน นอกจากนี้ยังได้สิทธิ์พิเศษตามที่ระบุ เช่น บัตร Magic ที่ให้เลือกสวนได้ในวันหลัง ๆ หมายความว่าหากคุณชื่นชอบสวนสนุกด้านใดเป็นพิเศษ ก็สามารถกลับไปเล่นซ้ำในวันท้ายได้ โดยไม่ต้องรู้สึกเสียดายที่วันแรกอาจยังเก็บไม่ครบ บัตรหลายวันช่วยให้คุณไม่ต้องเร่งรีบเพราะมีเวลาเหลือเฟือ จะเลือกโฟกัสสวนละวันตามมาตรฐาน แล้วใช้วันสุดท้ายย้อนเก็บจุดที่พลาดก็ทำได้ นอกจากนี้ถ้าเป็นช่วงคนเยอะ การมีหลายวันทำให้คุณจัดตารางหลบคิวได้ดีขึ้น เช่น วันแรกเน้นเครื่องเล่นครึ่งหนึ่ง วันถัดมาอีกครึ่งหนึ่ง เป็นต้น
เงื่อนไขการใช้งาน บัตรหลายวันทุกประเภทจะต้องใช้ต่อเนื่องกันตามวันที่กำหนด เว้นแต่มีเหตุปิดสวนสนุกฉุกเฉินจึงจะยืดหยุ่นได้บ้าง แต่โดยทั่วไปต้องต่อเนื่อง และไม่สามารถแบ่งแยกขายหรือโอนสิทธิ์บางวันให้คนอื่น บัตรถูกผูกกับบุคคลตั้งแต่วันแรกที่ใช้ อีกทั้งไม่สามารถเข้าทั้งสองสวนในวันเดียวกันได้ ฉะนั้นต้องวางแผนล่วงหน้าว่าจะไปสวนไหนก่อนหลังให้ดี ส่วนใหญ่แนะนำไปดิสนีย์แลนด์ก่อนแล้วค่อยไปดิสนีย์ซี เพราะดิสนีย์ซีมักเปิด-ปิดเวลาคลาดเคลื่อนกับแลนด์ 30 นาที และวันที่สองคนอาจเยอะขึ้น ควรไปฝั่งซีที่จุคนได้น้อยกว่าในวันธรรมดาจะดีกว่า อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับตารางโชว์หรือความชอบของแต่ละคนด้วย
บัตรเข้าสวนสนุกช่วงบ่าย (Early Evening Passport)
สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาจำกัดหรือไม่ต้องการเข้าแต่เช้า โตเกียวดิสนีย์แลนด์มีบัตรสำหรับเข้าหลังเวลา 15:00 น. เรียกว่า Early Evening Passport หรือภาษาไทยอาจเรียกว่าบัตรเข้าช่วงบ่าย ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนที่อยากมาเที่ยวสวนสนุกแบบครึ่งวันช่วงเย็น เช่น มีแพลนเที่ยวเช้าในโตเกียวแล้วค่อยมาดิสนีย์แลนด์บ่าย ต้องการประหยัดค่าตั๋ว หรืออยากพาเด็ก ๆ มาช่วงสั้น ๆ ไม่ทั้งวัน เป็นต้น
เวลาเข้า บัตร Early Evening Passport อนุญาตให้เข้าหลังเวลา 15:00 น. เป็นต้นไป และใช้ได้จนสวนสนุกปิด เฉพาะวันที่เป็นวันเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ของญี่ปุ่นเท่านั้น
ราคา เนื่องจากเวลาการใช้งานน้อยกว่าบัตรเต็มวัน ได้เข้าแค่ประมาณครึ่งวันช่วงบ่ายถึงค่ำ ราคาบัตร Early Evening Passport จึงถูกลงประมาณ 20% เมื่อเทียบกับบัตร 1 วันปกติ
สิทธิประโยชน์ ผู้ถือบัตรช่วงบ่ายจะสามารถเข้าเล่นเครื่องเล่นและชมโชว์ต่าง ๆ ได้เช่นเดียวกับบัตรเต็มวัน แต่จำกัดช่วงเวลาอยู่ที่ครึ่งวันหลัง ข้อดีคือ
- ได้ประหยัดค่าบัตรไปพอสมควร หากคุณคิดว่าอยู่สวนสนุกไม่เต็มวันอยู่แล้ว
- ไม่ต้องตื่นเช้าหรือรีบมาแต่เช้า สามารถทำกิจกรรมอื่นในโตเกียวช่วงเช้า แล้วมาต่อดิสนีย์แลนด์ตอนบ่ายได้
- ช่วงเย็นถึงค่ำเป็นช่วงที่อากาศไม่ร้อน และมีขบวนพาเหรด โชว์กลางคืนที่สวยงาม เช่น Electrical Parade หรือดอกไม้ไฟ คุณจะได้ชมไฮไลท์ยามค่ำโดยไม่ต้องอยู่ทั้งวัน
- หากมาแบบครอบครัวที่มีเด็กเล็ก การมาแค่บ่ายถึงค่ำจะช่วยลดความเหนื่อยล้าของเด็กและผู้ปกครอง ไม่ต้องอยู่ทั้งวันซึ่งเด็กอาจหมดแรงหรืออารมณ์เสียได้
เงื่อนไขการใช้งาน บัตรช่วงบ่ายนี้มีข้อจำกัดสำคัญคือ เข้าไม่ได้ก่อน 15:00 น. ถ้ามาถึงก่อนเวลาก็ต้องรอจนถึงเวลาที่กำหนด แม้วันนั้นสวนสนุกจะไม่เต็มก็ตาม และใช้ได้เฉพาะวันประเภทที่กำหนด นอกจากนี้ไม่สามารถสลับไป DisneySea ได้
บัตรเข้าสวนสนุกช่วงเย็นวันธรรมดา (Weeknight Passport)
อีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่อยากแวะไปสัมผัสดิสนีย์หลังเลิกงานหรือมีกิจกรรมหลักช่วงกลางวัน คือ บัตร Weeknight Passport หรือบัตรเข้าสวนสนุกหลัง 17:00 น. ในวันธรรมดาจันทร์–ศุกร์ ที่ไม่ใช่วันหยุด นักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายของบัตรนี้มักเป็นคนท้องถิ่นที่อยากมาดินเนอร์ชมบรรยากาศในสวนสนุกตอนค่ำ คู่รักที่มาเดทยามเย็น หรือคนที่มาทำธุระแถวโตเกียวแล้วเหลือเวลาช่วงค่ำลองแวะมาดิสนีย์แลนด์
เวลาเข้าได้ บัตร Weeknight Passport เข้าได้หลังเวลา 17:00 น. เป็นต้นไป และใช้ได้เฉพาะวันจันทร์ถึงศุกร์ที่ไม่ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ญี่ปุ่น หากวันศุกร์ตรงวันหยุดก็จะไม่สามารถใช้บัตรชนิดนี้ได้
ราคา บัตร Weeknight Passport มีลักษณะพิเศษคือราคาเดียวกันสำหรับทุกวัย การที่ราคาเด็กกับผู้ใหญ่เท่ากัน หมายความว่าผู้ใหญ่ได้ส่วนลดเยอะ ในขณะที่เด็กอาจไม่ได้ลดเลยเมื่อเทียบกับบัตรเต็มวัน แต่โดยรวมถือว่าคุ้มมากสำหรับผู้ใหญ่ เพราะจ่ายเพียงประมาณครึ่งหนึ่งของราคาบัตรเต็มวันช่วงพีค
สิทธิประโยชน์ แน่นอนว่าข้อดีหลักคือประหยัดเงินอย่างมาก ในขณะที่ยังได้สัมผัสมนต์เสน่ห์ดิสนีย์แลนด์ยามค่ำครบถ้วน ทั้งปราสาทไฟสวย ขบวนพาเหรดกลางคืน ดอกไม้ไฟ และเครื่องเล่นต่าง ๆ ที่เปิดถึงปิดสวนสนุก บรรยากาศช่วงค่ำที่อากาศเย็นสบายเหมาะกับการเดินเล่น นอกจากนี้เพราะเป็นวันธรรมดา จำนวนคนมักไม่เยอะเท่าคืนวันศุกร์หรือเสาร์ ทำให้คิวเครื่องเล่นหลังห้าโมงอาจเบาบางลงบ้าง นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวได้ทั่วในเวลาสั้น ๆ โดยไม่อ่อนล้ามาก
เงื่อนไขการใช้งาน ข้อจำกัดหลักคือใช้เข้าได้หลัง 17:00 น. เฉพาะวันธรรมดาเท่านั้น (ระบบจะไม่ให้คุณเลือกวันหยุดอยู่แล้วตอนซื้อ) และเหมือนเดิมคือเลือกได้แค่สวนเดียวว่าจะเข้าแลนด์หรือซี นอกจากนี้ควรทราบว่า บัตรชนิดนี้จะไม่มีจำหน่ายถ้าวันนั้นสวนสนุกคาดว่าคนจะเยอะ (เช่น บางวันธรรมดาที่คนเยอะเป็นพิเศษ ทางสวนสนุกอาจไม่นำ Weeknight Ticket ออกมาขายเลยเพื่อควบคุมจำนวนคน) ดังนั้นหากปฏิทินไม่แสดงตัวเลือกนี้ในวันธรรมดาที่คุณสนใจ แปลว่าวันนั้นอาจจัดเป็นวัน Peak/Regular ที่ไม่รองรับบัตรหลัง 5 โมง ก็ต้องเลือกเป็นบัตรเต็มวันแทน
-
วางแผนเที่ยวโตเกียวดิสนีย์แลนด์
- การเดินทางไปที่โตเกียวดิสนีย์แลนด์
- สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนวันเดินทางไปโตเกียวดิสนีย์แลนด์
- ประเภทบัตรของโตเกียวดิสนีย์แลนด์
- เจาะลึก 7 โซนมหัศจรรย์ในโตเกียวดิสนีย์แลนด์
- เครื่องเล่นห้ามพลาดโตเกียวดิสนีย์แลนด์
- อีเวนต์ตามฤดูกาลและพาเหรด (Seasonal Events & Parades)
- อาหารและของกินเล่นห้ามพลาด (Dining & Snacks)
- Tips & Tricks: เที่ยวอย่างไรในโตเกียวดิสนีย์แลนด์ให้เหมือนมือโปร?
วางแผนเที่ยวโตเกียวดิสนีย์แลนด์
โตเกียวดิสนีย์แลนด์ vs โตเกียวดิสนีย์ซี แตกต่างกันอย่างไร
โตเกียวดิสนีย์แลนด์ จะเน้นความคลาสสิกของโลกแห่งเทพนิยายที่มีปราสาทซินเดอเรลล่าเป็นแลนด์มาร์ค เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กหรือคนที่หลงรักเจ้าหญิงดิสนีย์และขบวนพาเหรดที่ดูสนุกสนาน ในขณะที่ โตเกียวดิสนีย์ซี เป็นปาร์คที่มีเพียงแห่งเดียวในโลก ตกแต่งในธีมท่าเรือและท้องทะเลที่มีความโรแมนติกและดูเป็นผู้ใหญ่กว่า เครื่องเล่นจะเน้นความตื่นเต้นหวาดเสียวมากกว่าฝั่งโตเกียวดิสนีย์แลนด์ และยังมีโซนใหม่อย่าง Fantasy Springs ที่กำลังเป็นกระแสไปทั่วโลก หากมีเวลาแค่วันเดียวและยังไม่เคยมาดิสนีย์แลนด์เลย การเลือกฝั่ง Land จะให้ความรู้สึกที่เป็นดิสนีย์ดั้งเดิมมากกว่า แต่ถ้าต้องการความแปลกใหม่และภาพถ่ายที่ดูหรูหราสไตล์ยุโรปฝั่ง Sea คือคำตอบที่น่าประทับใจที่สุด
ช่วงเวลาที่ไม่ควรไปเที่ยวโตเกียวดิสนีย์แลนด์
เกี่ยวกับ โตเกียว ดิสนีย์แลนด์
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ โตเกียว ดิสนีย์แลนด์
โตเกียว ดิสนีย์แลนด์ เป็นโลกแห่งความฝันและเวทมนตร์ที่พร้อมให้คุณได้สัมผัส เพลิดเพลินกับเครื่องเล่นสุดตื่นเต้น พบกับตัวละคร Disney ที่คุณรัก และท่องไปในดินแดนมหัศจรรย์ของปราสาทเจ้าหญิง เหมาะสำหรับการผจญภัยของครอบครัว เพื่อน และทุกคนที่รักความสนุก
จุดเด่นของ โตเกียว ดิสนีย์แลนด์
สัมผัสโลกแห่งความฝันและเวทมนตร์อันเป็นเอกลักษณ์ของดิสนีย์ พบกับเครื่องเล่นสุดตื่นเต้นและหลากหลาย โอกาสพบปะตัวละคร Disney ที่คุณรัก ตื่นตาตื่นใจกับปราสาทเจ้าหญิงและดินแดนมหัศจรรย์ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน
สิ่งที่น่าสนใจหรือกิจกรรมหลักของ โตเกียว ดิสนีย์แลนด์
เพลิดเพลินกับเครื่องเล่นหลากหลายโซน พบปะและถ่ายรูปกับตัวละคร Disney ที่เป็นที่ชื่นชอบ ชมปราสาทเจ้าหญิงและสำรวจดินแดนมหัศจรรย์ต่างๆ ภายในสวนสนุก
ข้อแนะนำหรือข้อควรทราบ
แนะนำให้ตรวจสอบปฏิทินและ tier ของแต่ละวันผ่านเว็บไซต์ทางการของ Tokyo Disney Resort ก่อนเดินทาง เพื่อวางแผนการเยี่ยมชม
