- หน้าหลัก
- กิจกรรมน่าลอง
- ไทย
- กรุงเทพ
- Safari World Bangkok สำหรับคนไทย (Thai Resident)
21906




Safari World Bangkok สำหรับคนไทย (Thai Resident)
ซาฟารีเวิลด์
ไฮไลต์
ระยะเวลา
4 ชั่วโมง - 1 วัน
ภาษา
ไทย
เลือกรายการแพ็คเกจ
สวนสัตว์เปิดระดับโลก เที่ยวใกล้กรุงเทพ ครบจบในวันเดียว
เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดพิเศษที่ Safari World Bangkok สวนสัตว์เปิดขนาดใหญ่ใกล้กรุงเทพ ที่เหมาะสำหรับ คนไทยและครอบครัว พบสัตว์นานาชนิดแบบใกล้ชิดใน Safari Park และสนุกกับการแสดงสุดตื่นตาตื่นใจใน Marine Park เดินทางสะดวก เที่ยวได้ทั้งวัน คุ้มค่า ราคาเป็นมิตรสำหรับคนไทย
ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
* Safari Park นั่งรถชมสัตว์ป่าแบบใกล้ชิด เช่น ยีราฟ สิงโต ม้าลาย
* Marine Park การแสดงระดับโลก โลมา นก และโชว์แอ็กชัน
ตัวเลือกแพ็คเกจ
ซาฟารีเวิลด์ไม่ได้เป็นเพียงแค่สวนสัตว์ธรรมดา แต่คืออาณาจักรแห่งการเรียนรู้และพักผ่อนหย่อนใจที่ครองใจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาอย่างยาวนานนับทศวรรษ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว้างขวางกว่า 450 ไร่ ที่อยู่ 99 ถ.ปัญญาอินทรา แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร 10510 โดยได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสวนสัตว์เปิดที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยคอนเซปต์ The Greatest Show in the Wild ที่มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์ความบันเทิงควบคู่ไปกับการให้ความรู้เรื่องสัตว์ป่าอย่างลงตัวในพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่เป็นเสมือนปอดของเมือง
โครงสร้างภายในซาฟารีเวิลด์ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยแบ่งพื้นที่หลักออกเป็น 2 ส่วนสำคัญที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวดังนี้
โครงสร้างภายในซาฟารีเวิลด์ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยแบ่งพื้นที่หลักออกเป็น 2 ส่วนสำคัญที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวดังนี้
- ซาฟารีปาร์ค สวนสัตว์เปิดระยะทางกว่า 8 กิโลเมตร ที่เปิดโอกาสให้คุณนำรถยนต์ส่วนตัวเข้าไป หรือใช้บริการรถบัสของสวนสัตว์ เพื่อขับชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ป่านานาชนิดที่อาศัยอยู่อย่างอิสระในสภาพแวดล้อมที่จำลองมาจากทุ่งหญ้าสะวันนาในแอฟริกา คุณจะได้เห็นทั้งฝูงม้าลาย ยีราฟ นกกระจอกเทศ ไปจนถึงเขตสัตว์นักล่าอย่างเสือและสิงโตในระยะใกล้ชิดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
- มารีนปาร์ค พื้นที่เดินชมสัตว์ที่รวบรวมสัตว์น้ำและสัตว์บกหาดูยากจากทั่วทุกมุมโลกเอาไว้ในที่เดียว พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงโชว์ระดับมาตรฐานสากลถึง 7 รายการที่เป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Interactive ที่เปิดโอกาสให้คุณได้ใกล้ชิดและสัมผัสกับสัตว์แสนรู้ เช่น การให้อาหารยีราฟบนศาลาสูง หรือการถ่ายรูปกับลูกเสือและนกแก้วหลากสีสัน ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับครอบครัวและคนรักธรรมชาติอย่างแท้จริง
กิจกรรมไฮไลต์ซาฟารีเวิลด์กรุงเทพห้ามพลาด
ซาฟารีเวิลด์ได้ยกระดับกิจกรรมให้มีความน่าตื่นเต้นและทันสมัยมากยิ่งขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์ที่หาจากไหนไม่ได้ในกรุงเทพฯ โดยมี 4 กิจกรรมหลักที่ไม่ว่าใครก็ห้ามพลาด ดังนี้:
- Giraffe Feeding Terrace นี่คือซิกเนเจอร์ระดับโลกที่คุณจะได้สัมผัสกับฝูงยีราฟสายพันธุ์แอฟริกาที่รวมตัวกันมากกว่า 200 ตัว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในฝูงยีราฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตัวศาลาถูกออกแบบมาให้สูงในระดับสายตาของยีราฟพอดี ทำให้คุณสามารถยื่นถังกล้วยหรือแครอทให้พวกมันได้อย่างใกล้ชิดเพียงแค่เอื้อมมือ ไฮไลต์คือการได้เห็นลิ้นยาวสีดำที่แสนสุภาพของมันมารับอาหารจากมือคุณ เป็นจุดที่ถ่ายรูปออกมาได้สวยงามและดูอินเตอร์มากที่สุดในสวนสัตว์ รวมถึงเป็นกิจกรรมที่สร้างความตื่นเต้นให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้ตลอดทั้งวัน
- World of Eggs ก้าวเข้าสู่โลกแห่งวิทยาศาตร์และธรรมชาติวิทยาในนิทรรศการกึ่งการเรียนรู้ที่รวบรวมไข่ของสัตว์นานาชนิด ตั้งแต่ไข่นกกระจอกเทศขนาดใหญ่ไปจนถึงไข่นกขนาดจิ๋วที่หาดูยาก ในปี 2026 นี้ทางสวนสัตว์ได้จัดแสดงนวัตกรรมการฟักไข่ด้วยระบบตู้ฟักที่ทันสมัยที่สุด ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นกระบวนการที่ลูกนกค่อยๆ เจาะเปลือกไข่ออกมาลืมตาดูโลกได้แบบสดๆ (Live Hatching) ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ชั้นดีที่ช่วยปลูกฝังความรักในธรรมชาติให้กับเยาวชนผ่านเทคโนโลยีการนำเสนอที่น่าสนใจ
- Lion & Tiger Feeding Show เปลี่ยนบรรยากาศจากการชมสัตว์แบบสงบนิ่ง มาเป็นการชมความดุดันตามสัญชาตญาณสัตว์ป่าในโซนซาฟารีปาร์ค กิจกรรมนี้จะจัดขึ้นในพื้นที่เฉพาะของเจ้าป่า โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญนำอาหารไปให้ในเวลาที่กำหนด (ปกติจะเป็นช่วงเวลา 10.00 น.) คุณจะได้ยินเสียงคำรามอันทรงพลังและเห็นการเคลื่อนไหวที่ปราดเปรียวของเหล่าเสือและสิงโตที่มารวมตัวกันเพื่อรอรับอาหารผ่านกระจกรถยนต์หรือรถบัสที่ปลอดภัย เป็นประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในทุ่งหญ้าสะวันนาจริงๆ
- Interactive Animal Encounters สำหรับคนรักสัตว์ที่ต้องการความใกล้ชิดมากกว่าแค่การมอง ที่นี่มีจุดให้บริการถ่ายภาพคู่กับสัตว์แสนรู้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการอุ้มลูกเสือตัวน้อยที่แสนน่ารัก, การถ่ายรูปคอมเมดี้คู่กับลิงอุรังอุตังสุดกวนที่มักจะมีท่าโพสต์เก๋ๆ มาเซอร์ไพรส์คุณเสมอ หรือการให้นกแก้วมาคอว์หลากสีสันบินมาเกาะบนบ่าและแขนเพื่อภาพถ่ายที่ดูมีชีวิตชีวา นอกจากนี้ยังมีโอกาสถ่ายรูปกับโลมาแสนรู้หลังจบการแสดง ซึ่งทุกจุดจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยและช่วยจัดท่าทางให้คุณได้ภาพที่ระลึกที่ดีที่สุด
วางแผนเที่ยวซาฟารีเวิลด์กรุงเทพ
การเที่ยวซาฟารีเวิลด์ให้ครบทุกซอกทุกมุมภายในวันเดียวไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอาศัยกลยุทธ์นิดหน่อย เพราะด้วยพื้นที่มหาศาลและการแสดงที่มีให้ชมตลอดทั้งวัน หากเดินดุ่มๆ เข้าไปโดยไม่มีแผน อาจจะพลาดโชว์สำคัญหรือต้องเดินตากแดดจนหมดแรงเสียก่อน นี่คือขั้นตอนการวางแผนที่จะทำให้ทริปของคุณลื่นไหลที่สุด
- การจองบัตรล่วงหน้า: ลืมการยืนต่อคิวท่ามกลางอากาศร้อนที่หน้าเคาน์เตอร์ไปได้เลย ผมแนะนำให้คุณเช็กโปรโมชั่นผ่านแอปฯ Gother ล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 วัน โดยเฉพาะเว็บไซต์ Gother ที่มักจะมีดีลราคาพิเศษสำหรับ Thai Resident (ผู้ที่มีถิ่นพำนักในไทย) ซึ่งราคาจะถูกกว่าวอล์กอินค่อนข้างมาก นอกจากจะประหยัดเงินในกระเป๋าได้ถึง 20-30% แล้ว คุณยังจะได้รับ QR Code เพื่อใช้สแกนเข้างานได้ทันที ช่วยประหยัดเวลาทองในช่วงเช้าไปได้หลายสิบนาทีเลยทีเดียว
- ยึดตารางการแสดงเป็นคัมภีร์: ทันทีที่สแกนบัตรผ่านประตูเข้ามา สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ "คว้าใบปลิวตารางโชว์" หรือถ่ายรูปป้ายตารางแสดงประจำวันไว้ เพราะโชว์ทั้ง 7 รายการในโซน Marine Park มีเวลาที่คาบเกี่ยวกันมาก เช่น โชว์ช้างอาจจะเริ่มใกล้ๆ กับเวลาจบของโชว์สิงโตทะเล การวางแผนว่า "โชว์ไหนต้องดู" และ "โชว์ไหนข้ามได้" จะช่วยให้คุณเดินวนในปาร์คน้อยลง แนะนำให้ทำเครื่องหมายโชว์ที่อยากดูที่สุด 3-4 อันดับแรกไว้ก่อน แล้วค่อยเติมกิจกรรมอื่นๆ ลงในช่องว่าง
- ลำดับการเที่ยวแบบเช้าเข้าป่า บ่ายดูโชว์: สูตรสำเร็จที่คุ้มที่สุดคือการพุ่งตัวไปที่โซน Safari Park (สวนสัตว์เปิด) เป็นอันดับแรกในช่วงเวลา 09.00 - 10.00 น. เหตุผลเพราะในช่วงเช้าอากาศยังไม่ร้อนจัด สัตว์ส่วนใหญ่จะออกมาทำกิจกรรมและรอรับอาหาร ทำให้เรามีโอกาสเห็นเสือ สิงโต หรือหมี ออกมาเดินอวดโฉมมากกว่าช่วงบ่ายที่พวกมันมักจะหนีไปนอนหลบแดดตามพุ่มไม้ การขับรถวนในโซนนี้จะใช้เวลาประมาณ 45-60 นาที ซึ่งจะพอดีกับเวลาที่โซน Marine Park เริ่มเปิดการแสดงโชว์แรกในช่วงสายพอดี
ช่วงเวลาที่ควรเลี่ยงซาฟารีเวิลด์กรุงเทพ
- วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์: เป็นช่วงที่ปริมาณนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติหนาแน่นที่สุดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้การจราจรภายในโซน Safari Park ติดขัดเป็นเวลานานจนสัตว์อาจเดินหนีเข้าที่ร่มเพื่อเลี่ยงเสียงเครื่องยนต์ นอกจากนี้ การหาที่นั่งในโรงละครแต่ละโชว์จะเป็นไปได้ยากมาก หากไม่ไปรอหน้าประตูทางเข้าก่อนเวลาแสดงอย่างน้อย 30-45 นาที คุณอาจต้องยืนชมหรือได้ที่นั่งในมุมที่มองเห็นไม่ชัดเจน
- ช่วงเทศกาลสำคัญ: เช่น วันเด็กแห่งชาติ วันปีใหม่ หรือวันสงกรานต์ ปริมาณคนจะสูงเกินขีดจำกัดปกติในทุกพื้นที่ของสวนสัตว์ ส่งผลให้พื้นที่พักผ่อน ร้านอาหาร และจุดถ่ายรูปยอดฮิตมีคนต่อคิวเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้ความสนุกในการเที่ยวลดลงเนื่องจากการบริการที่ล่าช้าและสภาพแวดล้อมที่แออัด
- บ่ายวันที่มีฝนตกหนัก: แม้ภายในโซน Marine Park จะมีหลังคาและร่มเงาตามทางเดิน แต่การแสดงกลางแจ้งหลายรายการ เช่น การแสดงนก หรือการแสดงคาวบอยสตั๊นท์ อาจถูกระงับหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อความปลอดภัยของทั้งนักแสดงและตัวสัตว์เอง อีกทั้งความชื้นและฝนยังทำให้การเดินสำรวจในโซนเปิดอย่าง Jungle Walk หรือการถ่ายรูปกับสัตว์ทำได้ลำบากขึ้น
ช่วงเวลาที่แนะนำให้ไปซาฟารีเวิลด์กรุงเทพ
- วันธรรมดา (โดยเฉพาะวันอังคาร - พฤหัสบดี): เป็นช่วง Golden Hour ของการเที่ยวชมอย่างแท้จริง ปริมาณคนจะบางตาทำให้เดินสำรวจแต่ละโซนได้อย่างอิสระ ไม่ต้องรีบร้อนชิงที่นั่งในโรงละคร และสามารถมองเห็นสัตว์ในระยะใกล้ได้ชัดเจนโดยไม่มีใครบังเฟรมภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการภาพถ่ายที่สวยงามและบรรยากาศที่เงียบสงบ
- ช่วงเช้าตรู่ (09.00 น.): การไปถึงทันทีที่ประตูเปิดคือเทคนิคที่คุ้มค่าที่สุด เพราะเป็นช่วงที่สัตว์เพิ่งตื่นตัวและเริ่มออกมากินอาหารมื้อเช้า สภาพอากาศยังไม่ร้อนจัด แสงแดดนวลตาเหมาะกับการถ่ายภาพบุคคลคู่กับสัตว์ และยังช่วยให้คุณสามารถเก็บโซน Safari Park ได้ครบถ้วนก่อนที่ฝูงชนระลอกใหญ่จะตามมาในช่วงสายของวัน
การเดินทางไปซาฟารีเวิลด์กรุงเทพ
จากย่านใจกลางเมือง (สุขุมวิท/สยาม/สีลม)
การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือแท็กซี่ถือว่าสะดวกและเป็นส่วนตัวที่สุด โดยใช้เส้นทางทางด่วนฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) มุ่งหน้าไปทางถนนรามอินทรา จากนั้นลงทางออกถนนรามอินทรา (กม.8) ขับตรงไปจนพบทางเลี้ยวเข้าสู่ถนนปัญญาอินทรา (หน้าห้าง Fashion Island) แล้วขับตามป้ายบอกทางจนถึงซาฟารีเวิลด์ ซึ่งที่นี่มีที่จอดรถกว้างขวางรองรับได้มากกว่า 2,000 คัน
จากแนวรถไฟฟ้า (BTS/MRT)
การเดินทางด้วยขนมส่งสาธารณะทำได้สะดวกขึ้นมาก โดยสามารถใช้รถไฟฟ้า BTS สายสีชมพู มาลงที่สถานีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ จากนั้นใช้บริการรถแท็กซี่หรือรถผ่านแอปพลิเคชันต่อเข้าไปอีกประมาณ 15-20 นาที วิธีนี้ช่วยประหยัดเวลาจากการจราจรติดขัดในย่านรามอินทราและช่วยให้กำหนดเวลาเดินทางได้แม่นยำขึ้น
บริการรถรับส่ง (Shared Transfer)
สำหรับผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวและต้องการความสะดวกสบายแบบเบ็ดเสร็จ การจองแพ็กเกจผ่านแพลตฟอร์มท่องเที่ยวอย่าง Gother มักจะมีตัวเลือกบริการรถบัสรับส่ง (Shuttle Bus) จากจุดนัดพบสำคัญกลางเมือง เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ (CentralWorld) หรือสถานีรถไฟฟ้าสำคัญ ซึ่งรถจะออกเป็นเวลาและพานักท่องเที่ยวไปส่งถึงหน้าประตูทางเข้าสวนสัตว์โดยตรง ช่วยลดภาระในการหาเส้นทางและการเรียกพินิจรถกลับในช่วงเย็นที่มีการจราจรหนาแน่น
ประเภทของบัตรซาฟารีเวิลด์กรุงเทพ
การเลือกซื้อประเภทบัตรที่ถูกต้องจะช่วยให้การวางแผนเที่ยวมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปมากที่สุด โดยบัตรเข้าชมหลักยังคงแบ่งออกเป็นสี่ประเภทใหญ่
บัตรชุด (Single Day Pass / Combo Ticket)
เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดและได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ เนื่องจากบัตรประเภทนี้ใบเดียวสามารถเข้าชมได้ทั้ง Safari Park (โซนสวนสัตว์เปิด) และ Marine Park (โซนการแสดงและสวนสัตว์เดินชม) ภายในวันเดียว เหมาะสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการใช้เวลาเช้าจรดเย็นเพื่อเก็บไฮไลต์ทุกอย่างให้ครบถ้วน การซื้อบัตรชุดมักจะมีราคาที่ถูกกว่าการซื้อแยกโซนรวมกันเกือบ 30% ทำให้เป็นทางเลือกอันดับหนึ่งที่แนะนำ
บัตรแยกโซน (Single Zone Ticket)
ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา หรือผู้ที่เคยมาเยี่ยมชมแล้วและต้องการเจาะลึกเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้น
- บัตร Safari Park: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพียงแค่นั่งรถชมสัตว์ในบรรยากาศทุ่งหญ้าสะวันนา ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็ครบถ้วน
- บัตร Marine Park: เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นการดูโชว์ทั้ง 7 รายการ และต้องการเดินถ่ายรูปกับสัตว์นานาชนิดในโซนเดินชม ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4-5 ชั่วโมงในการเก็บข้อมูลให้ครบ
บัตรพ่วงบุฟเฟต์อาหารกลางวัน (Lunch Buffet Package)
แพ็กเกจนี้ได้รับความนิยมอย่างมากเพราะช่วยลดความยุ่งยากในการหาร้านอาหารในช่วงพักเที่ยงซึ่งเป็นช่วงที่คนหนาแน่นที่สุด บัตรประเภทนี้จะรวมค่าเข้าชมพร้อมสิทธิ์รับประทานอาหารบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารที่กำหนด (เช่น ห้องอาหาร Jungle Cruise หรือ Safari Restaurant) โดยมีตัวเลือกทั้ง อาหารนานาชาติ และ อาหารอินเดีย ที่จัดเตรียมไว้อย่างหลากหลายและสะอาดสะอ้าน รองรับทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไปและกลุ่มที่ต้องการอาหารฮาลาล
บัตรราคาพิเศษสำหรับคนไทยและผู้พำนักในประเทศไทย
ข้อเสนอสุดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อคนไทยและชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย (Expats) โดยเฉพาะ บัตรประเภทนี้มักไม่เปิดขายในราคาพิเศษที่หน้าเคาน์เตอร์สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่สามารถหาจองได้ง่ายผ่านเว็บไซต์ตัวแทนอย่าง Gother ซึ่งมักจะมีดีลราคาพิเศษที่ต้องแสดงบัตรประชาชนหรือใบอนุญาตทำงานประกอบ บัตรประเภทนี้ช่วยให้เข้าถึงประสบการณ์ระดับโลกได้ในราคาที่เป็นมิตรและประหยัดกว่าราคาปกติตามป้ายค่อนข้างมาก
เคล็ดลับการเที่ยวซาฟารีเวิลด์กรุงเทพให้คุ้มค่า
เตรียมอุปกรณ์ป้องกันความร้อนและแสงแดด
พื้นที่ส่วนใหญ่ภายในซาฟารีเวิลด์ โดยเฉพาะในโซน Marine Park และโรงละครจัดแสดงโชว์ต่างๆ เป็นพื้นที่เปิดโล่ง (Outdoor) ซึ่งต้องเผชิญกับแสงแดดและอากาศที่ร้อนระอุของประเทศไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้ การพกอุปกรณ์ช่วยคลายความร้อน เช่น พัดลมมือถือแบบชาร์จไฟได้ พัดลมคล้องคอ หรือสเปรย์เย็นสำหรับฉีดพ่นร่างกาย จะช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ การทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง และพกอุปกรณ์ป้องกันแดดอย่างหมวกปีกกว้าง ร่มพับ หรือแว่นตากันแดด จะช่วยป้องกันการถูกแดดเผาและลดความเสี่ยงจากอาการเพลียแดด ทำให้สามารถเดินเที่ยวชมได้จนจบวันโดยไม่รู้สึกหมดแรงไปเสียก่อน
ใช้บริการรถ Safari Coach สำหรับโซนสวนสัตว์เปิด
หากไม่ได้เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือไม่สะดวกที่จะขับรถเข้าไปในโซนสวนสัตว์เปิดด้วยตัวเอง ทางซาฟารีเวิลด์มีบริการ Safari Coach ซึ่งเป็นรถบัสปรับอากาศขนาดใหญ่คอยให้บริการรับส่งผู้เข้าชมไปตามเส้นทางธรรมชาติตลอดระยะทาง 8 กิโลเมตร โดยมีค่าบริการเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อยต่อคน ข้อดีที่โดดเด่นของการใช้รถ Coach คือความสูงของตัวรถที่ทำให้มองเห็นสัตว์ป่าจากมุมสูงได้ชัดเจนกว่ารถยนต์ทั่วไป รวมถึงมีเจ้าหน้าที่คอยบรรยายเกร็ดความรู้เกี่ยวกับสัตว์แต่ละชนิดตลอดเส้นทาง ช่วยเพิ่มพูนความเข้าใจและความสนุกสนานในการชมสัตว์ป่าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
จองบัตรล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์
การวางแผนซื้อบัตรเข้าชมล่วงหน้าคือเทคนิคที่ช่วยประหยัดทั้งเงินและเวลาอย่างเห็นผลที่สุด โดยราคาบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Gother มักจะมีราคาถูกกว่าการไปซื้อที่หน้าเคาน์เตอร์ประมาณ 10-20% และในบางช่วงเวลาจะมีโค้ดส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับการชำระผ่านบัตรเครดิตหรือโปรโมชั่นพิเศษตามฤดูกาล สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าเรื่องราคาคือความสะดวกในการเข้าชม เพราะการมีบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (QR Code) ในมือ จะช่วยให้สามารถเดินเข้าสู่จุดสแกนบัตรได้ทันทีโดยไม่ต้องไปต่อคิวซื้อตั๋วท่ามกลางฝูงชนในช่วงเช้า ซึ่งเป็นช่วงที่คนหนาแน่นที่สุดของวัน
กฎระเบียบและข้อควรปฏิบัติซาฟารีเวิลด์กรุงเทพ
ห้ามลงจากรถหรือเปิดหน้าต่างทิ้งไว้โดยเด็ดขาดในโซน Safari Park
ในขณะที่ขับรถเที่ยวชมในส่วนของสวนสัตว์เปิด โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่เขต "Predator Zone" หรือพื้นที่ของสัตว์นักล่าอย่างเสือโคร่งและสิงโต ผู้เข้าชมต้องล็อคประตูรถและปิดกระจกให้สนิทตลอดเวลา การลงจากรถไม่เพียงแต่จะสร้างความอันตรายถึงชีวิตจากสัญชาตญาณสัตว์ป่า แต่ยังเป็นการรบกวนวิถีชีวิตตามธรรมชาติของพวกมัน หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือรถเสีย ให้กดแตรขอความช่วยเหลือเพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่คอยลาดตระเวนเข้ามาดูแลทันที
ควบคุมการให้อาหารสัตว์ให้เป็นไปตามจุดที่กำหนดเท่านั้น
การให้อาหารสัตว์ด้วยตัวเองโดยใช้เศษอาหารหรือขนมส่วนตัวถือเป็นข้อห้ามที่สำคัญมาก เพราะระบบทางเดินอาหารของสัตว์ป่ามีความละเอียดอ่อนและแตกต่างจากมนุษย์ อาหารที่มีรสจัดหรือสารปรุงแต่งอาจทำให้สัตว์เจ็บป่วยหรือเสียชีวิตได้ นักท่องเที่ยวสามารถร่วมกิจกรรมให้อาหารได้เฉพาะในจุดที่ทางสวนสัตว์จัดเตรียมไว้ให้ เช่น ศาลาให้อาหารยีราฟ หรือจุดให้อาหารนก ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ควบคุมดูแลและเตรียมอาหารที่เหมาะสมตามหลักโภชนาการของสัตว์ชนิดนั้นๆ ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
รักษาความสงบและงดการกระทำที่รบกวนสมาธิสัตว์
การส่งเสียงกรีดร้อง การบีบแตรโดยไม่จำเป็นในโซน Safari Park หรือการเคาะกระจกตู้แสดงสัตว์ในโซน Marine Park เป็นพฤติกรรมที่สร้างความเครียดให้กับสัตว์อย่างมาก ซึ่งอาจนำไปสู่พฤติกรรมก้าวร้าวหรือการตื่นตระหนกจนเกิดอุบัติเหตุได้ นอกจากนี้ควรระมัดระวังการใช้ แฟลช (Flash) ในการถ่ายภาพสัตว์ในบางโซนที่อ่อนไหวต่อแสง เนื่องจากอาจทำให้สัตว์ตกใจหรือดวงตาได้รับบาดเจ็บได้
งดนำอาหาร เครื่องดื่ม และของเล่นที่อาจเกิดอันตรายเข้าสู่พื้นที่
ซาฟารีเวิลด์มีนโยบายไม่อนุญาตให้นำอาหารและเครื่องดื่มจากภายนอกเข้าสู่ภายในปาร์ค เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาขยะตกค้างที่สัตว์อาจเผลอกินเข้าไปจนเกิดอันตราย และเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่พักผ่อน รวมถึงการงดนำลูกโป่งหรือสิ่งของที่อาจแตกและส่งเสียงดังเข้าสู่โซนสัตว์ เพราะเสียงระเบิดของลูกโป่งสามารถทำให้สัตว์ใหญ่ตื่นตระหนกและเกิดเหตุการณ์วุ่นวายได้
โซนซาฟารีเวิลด์กรุงเทพ
โซนซาฟารีปาร์ค
พื้นที่สวนสัตว์เปิดที่กว้างขวางและเป็นไฮไลต์อันดับหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิตสัตว์ป่าในบรรยากาศจำลองทุ่งหญ้าสะวันนาของแอฟริกา บนเส้นทางยาวกว่า 8 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตาตื่นใจกับฝูงยีราฟ ม้าลาย นกกระจอกเทศ แรดขาว และกวางนานาชนิดที่เดินเตร่อย่างอิสระรอบตัวรถ จุดที่ตื่นเต้นที่สุดคือการเข้าสู่เขตสัตว์นักล่า (Predator Zone) ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเสือโคร่งเบงกอลและสิงโตเจ้าป่า โดยพื้นที่ส่วนนี้มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดและบังคับให้ปิดกระจกรถให้สนิทตลอดเส้นทางเพื่อให้เห็นพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์ดุร้ายในระยะประชิด
โซนมารีนปาร์ค
ศูนย์กลางความบันเทิงที่รวบรวมการแสดงโชว์ระดับมาตรฐานโลกไว้ถึง 7 รายการ พร้อมทางเดินชมสัตว์บกและสัตว์น้ำหาดูยากจากทั่วทุกมุมโลก ภายในโซนนี้มีการจัดแสดงสัตว์ที่น่าสนใจอย่าง วอลรัส (Walrus) จากแถบขั้วโลก, แพนด้าแดง (Red Panda) สุดน่ารัก, และพะยูนแมนนาที นอกจากการเดินชมสัตว์แล้ว จุดเด่นของโซนนี้คือโรงละครขนาดใหญ่ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนการแสดงตลอดทั้งวัน ตั้งแต่การแสดงปลาโลมาแสนรู้ที่เรียกเสียงฮือฮาได้เสมอ ไปจนถึงการแสดงสงครามจารกรรม (Spy War) ที่จัดเต็มทั้งแสง สี เสียง และระเบิดสุดตระการตา
โซนจังเกิลวอล์ค
พื้นที่เดินชมสัตว์ที่ได้รับการออกแบบภายใต้บรรยากาศป่าดิบชื้นที่ร่มรื่น มอบประสบการณ์การใกล้ชิดสัตว์ในระดับที่สัมผัสได้จริง ไฮไลต์สำคัญคือ Lemur Land ที่เปิดโอกาสให้เข้าไปสังเกตการณ์ลีเมอร์หางแหวนอย่างใกล้ชิดบนเกาะส่วนตัว และ ศาลาให้อาหารยีราฟ (Giraffe Feeding Terrace) ซึ่งเป็นจุดเช็คอินยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวสามารถยื่นอาหารให้ยีราฟตัวสูงใหญ่ที่มีจำนวนมากกว่า 200 ตัวได้อย่างสนุกสนาน นอกจากนี้ยังมีโซน Mini World ที่รวบรวมนกแก้วหลากสีสันและสัตว์ขนาดเล็กที่หาชมได้ยากไว้ให้เดินสำรวจแบบเพลินๆ
โซน River Safari
กิจกรรมล่องเรือผจญภัยที่จำลองบรรยากาศการเดินทางย้อนยุคเข้าสู่ป่าลึก (Jungles of the World) พื้นที่นี้มีค่าบริการเพิ่มเติมจากบัตรปกติ โดยนักท่องเที่ยวจะได้นั่งเรือพายลัดเลาะไปตามลำน้ำชมการจำลองวิถีชีวิตของชนเผ่าโบราณและการแสดงหุ่นจำลองสัตว์ป่าที่ใช้ระบบแอนิเมโทรนิกส์ (Animatronics) ให้ดูมีชีวิตชีวา ผสมผสานกับเทคนิคพิเศษและบรรยากาศป่าจำลองที่สมจริง เป็นกิจกรรมที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความตื่นเต้นในสไตล์ผจญภัยและการล่องเรือท่ามกลางธรรมชาติจำลองที่หาชมได้ยาก
อาหารและของที่ระลึกในซาฟารีเวิลด์กรุงเทพ
อาหารและเครื่องดื่มซาฟารีเวิลด์กรุงเทพ
- ห้องอาหารบุฟเฟต์ขนาดใหญ่: สำหรับผู้ที่จองแพ็กเกจรวมอาหารกลางวัน จะได้สัมผัสกับมาตรฐานการบริการในห้องอาหารหลักสองแห่งคือ Jungle Cruise และ Safari Restaurant ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับคนจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว เมนูอาหารครอบคลุมตั้งแต่ อาหารไทยรสเลิศ อาหารนานาชาติ และอาหารอินเดีย ที่ได้รับความนิยมสูงเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีบริการอาหาร Halal ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยเมนูจะเน้นความสดใหม่และรสชาติที่ถูกปากคนทุกวัย
- คาเฟ่และจุดพักผ่อนธีมสัตว์: หากต้องการมื้อเบาๆ หรือเครื่องดื่มเย็นๆ เพื่อคลายร้อน ที่นี่มีจุดเช็คอินยอดนิยมอย่าง Safari Creative Camping และคาเฟ่ต่างๆ ที่ตกแต่งในสไตล์แคมป์ปิ้งท่ามกลางธรรมชาติ ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือเมนูประเภท Signature Drink และของว่างหน้าตาสัตว์ป่า เช่น ไอศกรีมลายยีราฟ คัพเค้กรูปหน้านกฮูก หรือเครื่องดื่มสีสันสดใสที่ออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพลงโซเชียลมีเดียโดยเฉพาะ ช่วยเปลี่ยนการพักทานขนมธรรมดาให้เป็นกิจกรรมที่น่าตื่นเต้น
ของที่ระลึกซาฟารีเวิลด์กรุงเทพ
- ร้านจำหน่ายของที่ระลึกทั่วปาร์ค: สินค้าของที่ระลึกมีวางจำหน่ายกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณทางออกของโรงละครและประตูทางออกหลักของสวนสัตว์ ร้านค้าเหล่านี้รวบรวมสินค้าลิขสิทธิ์เฉพาะของซาฟารีเวิลด์ที่หาซื้อจากที่อื่นไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น ตุ๊กตาสัตว์ดีไซน์พิเศษ (Collectible Plushies) ที่จำลองหน้าตาของสัตว์ดาราเด่นในปาร์ค เช่น วอลรัส หรือลิงอุรังอุตัง ในวัสดุที่นุ่มเป็นพิเศษ
- สินค้าแฟชั่นและอุปกรณ์เดินป่า: สำหรับผู้ที่ต้องการคุมโทนการแต่งตัวให้เข้ากับบรรยากาศ มีจำหน่ายทั้ง เสื้อยืดลายซาฟารี (Animal Print) ที่มีดีไซน์ทันสมัย หมวกปีกกว้างสำหรับกันแดดที่มีโลโก้ปักอย่างดี รวมถึงอุปกรณ์ที่จำเป็นในการเที่ยวชม เช่น พัดลมมือถือลายสัตว์ พวงกุญแจงานแฮนด์เมด และแก้วน้ำเก็บอุณหภูมิรุ่น Limited Edition ซึ่งเหมาะสำหรับทั้งการซื้อไปใช้งานจริงในวันนั้นหรือซื้อกลับไปเป็นของฝากที่ระลึกทรงคุณค่า
เทคนิคเที่ยวซาฟารีเวิลด์กรุงเทพ
เทคนิคการเลือกที่นั่งในโรงละคร
ตำแหน่งที่นั่งมีผลอย่างมากต่อประสบการณ์การรับชม โดยเฉพาะโชว์ที่มีน้ำเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น การแสดงปลาโลมาและการแสดงสิงโตทะเล หากต้องการความตื่นเต้นและสัมผัสความเย็นฉ่ำสามารถนั่งแถวหน้าได้ แต่สำหรับผู้ที่ ไม่ต้องการตัวเปียกหรือกังวลเรื่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และกล้องถ่ายภาพ ควรหลีกเลี่ยงที่นั่งในระยะ 3-5 แถวแรกที่เรียกว่า "Splash Zone" อย่างเด็ดขาด การขยับไปนั่งในแถวกลางหรือแถวบนไม่เพียงแต่จะช่วยให้ร่างกายแห้งสนิท แต่ยังช่วยให้มองเห็นมุมมองแบบพาโนรามาของการแสดงทั้งหมดได้ชัดเจนและถ่ายภาพในมุมกว้างได้สวยงามกว่า
การบริหารจัดการการเดินทางระหว่างจุด
ด้วยพื้นที่ที่กว้างขวางระดับ 450 ไร่ การเดินเท้าเพื่อเชื่อมต่อระหว่างโรงละครและโซนสัตว์ต่างๆ อาจทำให้เกิดความล้าสะสม สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือกลุ่มคนที่ต้องการความสะดวกสบายสูงสุด แนะนำให้ใช้ บริการเช่ารถกอล์ฟไฟฟ้า ภายในโซน Marine Park ซึ่งจะช่วยให้การเคลื่อนที่ไปยังจุดต่างๆ ทำได้อย่างรวดเร็วและประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ยังมี บริการรถบัสรับส่ง (Shuttle Service) หรือรถรางในบางจุดเพื่อเชื่อมต่อระหว่างทางเข้าและโซนกิจกรรมสำคัญ ซึ่งการเลือกใช้บริการเหล่านี้จะช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางและทำให้มีเวลาดื่มด่ำกับกิจกรรมต่างๆ ได้มากขึ้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเหนื่อยจากการเดิน
การแสดงและจุดถ่ายรูปซาฟารีเวิลด์กรุงเทพ
7 การแสดงสุดฮิตระดับโลก
- โชว์ลิงอุรังอุตังชกมวย (Orangutan Boxing Show): เริ่มต้นความสนุกด้วยโชว์ตลกคอมเมดี้ที่สะท้อนถึงความฉลาดและขี้เล่นของลิงอุรังอุตัง นอกจากการชกมวยจำลองที่เป็นไฮไลต์แล้ว ยังมีการแสดงดนตรีและการทำกิจกรรมเลียนแบบมนุษย์ที่เรียกเสียงหัวเราะได้ทั้งครอบครัว
- โชว์สิงโตทะเล (Sea Lion Show): สัมผัสความแสนรู้ของเหล่าสิงโตทะเลที่โชว์ทักษะการทรงตัว การกระโดดลอดห่วง และการทำตามคำสั่งเจ้าหน้าที่อย่างแม่นยำ เป็นโชว์ที่มีความใกล้ชิดกับผู้ชมและมักจะมีช่วงเวลาโต้ตอบที่สร้างความประทับใจได้เสมอ
- โชว์ช้าง (Elephant Show): ตื่นตาตื่นใจกับความสามารถของสัตว์คู่บ้านคู่เมืองไทยที่มีทักษะหลากหลาย ตั้งแต่การเตะฟุตบอล การวาดภาพด้วยงวงอย่างวิจิตร ไปจนถึงการแสดงความอ่อนโยนและการทำกิจกรรมร่วมกับควาญช้างที่สะท้อนถึงความผูกพันอันแน่นแฟ้น
- โชว์คาวบอยสตั๊นท์ (Cowboy Stunt Show): พาคุณย้อนยุคไปยังดินแดนตะวันตกด้วยการแสดงแอ็กชันสุดระทึก มีการใช้อุปกรณ์ประกอบฉากที่สมจริง ทั้งการขี่ม้า การต่อสู้ด้วยศิลปะป้องกันตัว และการใช้อาวุธจำลองภายใต้การกำกับศิลป์ที่เหมือนหลุดเข้าไปในภาพยนตร์ย้อนยุค
- โชว์สงครามจารกรรม (Spy War): โชว์ที่ยิ่งใหญ่และอลังการที่สุดด้วยระบบเทคนิคพิเศษ (Special Effects) ระดับฮอลลีวูด มีทั้งฉากระเบิด การขับขี่เจ็ทสกีผาดโผน และการแสดงสตั๊นท์แมนที่เต็มไปด้วยอะดรีนาลีน เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความตื่นเต้นเร้าใจ
- โชว์ปลาโลมา (Dolphin Show): การแสดงที่เป็นซิกเนเจอร์อันดับหนึ่งของมารีนปาร์ค พบกับความอัศจรรย์ของปลาโลมาและปลาวาฬขาวที่กระโดดขึ้นเหนือน้ำในระดับความสูงหลายเมตร พร้อมการแสดงระบำใต้น้ำที่ผสานกับจังหวะดนตรีอย่างลงตัวและสวยงาม
- โชว์นก (Bird Show): สัมผัสความสวยงามของฝูงนกนานาชนิดจากทั่วโลกที่บินโฉบข้ามศีรษะผู้ชมในโรงละครเปิดโล่ง มีการสาธิตพฤติกรรมธรรมชาติของนกนักล่าและนกแก้วแสนรู้ที่สามารถทำกิจกรรมที่ยากเกินความคาดหมาย
จุดถ่ายรูปยอดฮิตที่ห้ามพลาด
- Giraffe Terrace (ศาลาให้อาหารยีราฟ): จุดถ่ายรูปที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่สุด นักท่องเที่ยวจะได้ถ่ายภาพในมุมมองที่มองเห็นฝูงยีราฟนับร้อยตัวเป็นฉากหลัง และสามารถเก็บภาพจังหวะที่ยีราฟโน้มตัวลงมารับอาหารจากมือได้แบบใกล้ชิด ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในทุ่งหญ้าสะวันนาจริงๆ
- Sun Ranch: โซนที่ได้รับการออกแบบให้มีกลิ่นอายฟาร์มสมัยใหม่ มีทุ่งหญ้ากว้างขวางและทางเดินไม้ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม เหมาะสำหรับการถ่ายภาพสไตล์ Portrait ที่ต้องการแสงธรรมชาติและบรรยากาศที่ดูโปร่งสบายตา เป็นจุดเช็คอินใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มวัยรุ่น
- โซน Mini World: สวรรค์ของคนรักนกและนักถ่ายภาพแนวสีสันสดใส ไฮไลต์อยู่ที่ฝูงนกแก้วซันคอนัวร์สีส้มทองที่เชื่องมากจนสามารถบินมาเกาะบนมือ ไหล่ หรือศีรษะเพื่อขออาหาร ทำให้คุณสามารถเก็บภาพภาพนิ่งและวิดีโอที่มีปฏิสัมพันธ์กับสัตว์ได้อย่างมีชีวิตชีวาและเป็นธรรมชาติที่สุด
สิ่งที่รวมในแพ็กเกจ
- บัตรเข้า Safari Park
- บัตรเข้า Marine Park
- รถรับ-ส่ง ในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดวันหยุดนักขัตฤกษ์ จาก เอ็มบีเคเซนเตอร์ ทางออก 1 ติดสนามกีฬา ใกล้ทางลงรถไฟฟ้า BTS
- กรุณานำ Voucher (มือถือหรือพิมพ์) ไปแลกรับบัตรจริงที่ Membership Booth ด้านหน้า Marine Park
- Free รถรับ-ส่ง จาก MBK Center ไปยัง ซาฟารีเวิร์ด ในวันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สำหรับ ลูกค้า Gother เท่านั้น
- สิ่งที่ไม่รวมอยู่ในแพคเกจ
- ค่าบัตรเข้า Giraffe Terrace 200 บาท/ท่าน (ชำระหน้างาน)
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
ข้อกำหนดในการใช้บริการ
- บัตรนี้ใช้ได้สำหรับการเข้า 1 ครั้งเท่านั้น
- บัตรใช้ได้เฉพาะวันที่ระบุไว้เท่านั้น
- เด็กที่มีส่วนสูงต่ำกว่า 100 ซม. เข้าฟรี (ต้องแสดงเอกสารยืนยันตัวตน)
- ราคาบัตรเด็กสำหรับเด็กที่มีส่วนสูงไม่เกิน 140 ซม.
- อัตรานี้สำหรับผู้มีสัญชาติไทย (TSafari World Bangkok ขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธการเข้า หากซื้อบัตรไม่ถูกประเภท หรือไม่สามารถแสดงเอกสารยืนยันตัวตนได้hai Residents) เท่านั้น
- Safari World Bangkok ขอสงวนสิทธิ์อัตรานี้สำหรับผู้มีสัญชาติไทย (Thai Residents) เท่านั้นในการปฏิเสธการเข้า หากซื้อบัตรไม่ถูกประเภท หรือไม่สามารถแสดงเอกสารยืนยันตัวตนได้
- Safari World Bangkok ขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธการเข้า หากซื้อบัตรไม่ถูกประเภท หรือไม่สามารถแสดงเอกสารยืนยันตัวตนได้
เกี่ยวกับ Safari World Bangkok สำหรับคนไทย (Thai Resident)
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ Safari World Bangkok สำหรับคนไทย
เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดพิเศษที่ Safari World Bangkok สวนสัตว์เปิดขนาดใหญ่ใกล้กรุงเทพ ที่เหมาะสำหรับ คนไทยและครอบครัว พบสัตว์นานาชนิดแบบใกล้ชิดใน Safari Park และสนุกกับการแสดงสุดตื่นตาตื่นใจใน Marine Park เดินทางสะดวก เที่ยวได้ทั้งวัน คุ้มค่า ราคาเป็นมิตรสำหรับคนไทย
จุดเด่นของ Safari World Bangkok สำหรับคนไทย
สวนสัตว์เปิดขนาดใหญ่ใกล้กรุงเทพฯ เหมาะสำหรับคนไทยและครอบครัว พบสัตว์นานาชนิดแบบใกล้ชิดใน Safari Park สนุกกับการแสดงสุดตื่นตาตื่นใจใน Marine Park เดินทางสะดวก เที่ยวได้ทั้งวัน คุ้มค่า ราคาเป็นมิตรสำหรับคนไทย
สิ่งที่น่าสนใจหรือกิจกรรมหลักของ Safari World Bangkok สำหรับคนไทย
* Safari Park นั่งรถชมสัตว์ป่าแบบใกล้ชิด เช่น ยีราฟ สิงโต ม้าลาย * Marine Park การแสดงระดับโลก โลมา นก และโชว์แอ็กชัน
สถานที่ตั้งของ Safari World Bangkok สำหรับคนไทย
สวนสัตว์เปิดขนาดใหญ่ใกล้กรุงเทพ
ข้อแนะนำหรือข้อควรทราบ
บัตรเข้าชมนี้สำหรับคนไทยเท่านั้น