สินค้าแนะนำ
รหัสทัวร์
GOIT9475
ระยะเวลา
8 วัน 5 คืน
ระดับที่พัก
สายการบิน
เอมิเรตส์แอร์ไลน์
ไฮไลต์ทัวร์
เมืองซูริค ช้อปปิ้งถนนบานโฮฟซตราเซอร์ เมืองลูเซิร์น สิงโตหินแกะสลัก สะพานไม้ชาเปล เมืองแองเกิลเบิร์ก นั่งกระเช้าโรแตร์หมุน 360 องศาสู่ยอดเขาทิตลิส ถ้ำน้ำแข็ง สะพานแขวน เมืองซุก
วันที่ 1
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ประเทศไทย
22.00 น.พร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ประเทศไทย อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศขาออกชั้น 4 เคาน์เตอร์ สายการบิน EMIRATES (EK) โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านเอกสาร
วันที่ 2
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ประเทศไทย - ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ สหรัฐอาหรับอามิเรตส์ แวะพักเปลี่ยนเครื่อง – ท่าอากาศยานนานาชาติซูริค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ - เมืองซูริค – ช้อปปิ้งถนนบานโฮฟซตราเซอร์ – เมืองลูเซิร์น - สิงโตหินแกะสลัก – สะพานไม้ชาเปล
01.35 น.นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติซูริค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ โดยสายการบิน EMIRATES (EK) เที่ยวบินที่ EK385
04.45 น.เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต แวะพักเปลี่ยนเครื่อง
08.40 น.นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติซูริค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เที่ยวบินที่ EK087
13.20 น.เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติซูริค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและพิธีการทางศุลกากร (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง)
เดินทางสู่ ซูริค (Zurich) (ระยะทาง 10 กม. / 15 นาที) เมืองแห่งความงดงามและความหรูหราของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการเงินที่สำคัญของยุโรป ด้วยความงดงามของทิวทัศน์ ทะเลสาบอันใสสะอาด และสถาปัตยกรรมอันงดงาม จึงเป็นจุดหมายปลายทางเมืองในฝันของใครหลายๆ คน อิสระเดินเล่น ถนนบานโฮฟซตราเซอร์ (Bahnhofstrasse) ถนนการค้าเก่าแก่ที่รุ่งเรือง ตลอดสองข้างทางของถนน เรียงรายด้วยร้านค้าแบรนด์เนมระดับโลกมากมาย จนได้ชื่อว่า “ถนนช้อปปิ้งที่แพงที่สุดในโลก”
เดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (Lucerne) (ระยะทาง 52 กม. /1 ชม) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา นำท่านชม สิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผา
หินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิตที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792
ชม สะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ทอดข้ามผ่าน แม่น้ำรอยส์ ซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์นเป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิสตลอดแนวสะพาน
เย็น รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่1)
ที่พัก:Ibis Luzern Kriens หรือโรงแรมและเมืองระดับใกล้เคียงกัน
(ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนวันเดินทาง)
วันที่ 3
เมืองแองเกิลเบิร์ก - นั่งกระเช้าโรแตร์หมุน 360 องศาสู่ยอดเขาทิตลิส - ถ้ำน้ำแข็ง – สะพานแขวน– เมืองซุก - Lohri AG Store – เมืองลูเซิร์น
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่2)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองแองเกิลเบิร์ก (Engelberg) ( ระยะทาง 35 ก.ม. / 45 นาที.) หมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่เชิงเขา ที่ล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์ เป็นที่ตั้งของสถานีขึ้นทิตลิส จากนั้นนำท่านนั่งกระเช้าโรแตร์หมุน 360 องศา ชมวิวรอบด้านเพื่อเดินทางขึ้นสู่ ยอดเขาทิตลิส (Titlis) (ค่าทัวร์รวมค่าขึ้นกระเช้าไป-กลับ) ให้ท่านจะได้สัมผัสกับกระเช้าทรงกลมที่เรียกว่า โรแตร์ เคเบิ้ลคาร์ ในขณะที่เคลื่อนที่ขึ้นไปเรื่อยๆ ท่านจะเห็น เทือกเขาแอลป์ ธารน้ำแข็ง และทะเลสาบเบื้องล่าง ในวันที่อากาศแจ่มใส คุณสามารถมองเห็นยอดเขา Jungfraujoch และ Eiger ได้อีกด้วย ชม ถ้ำน้ำแข็ง (Glacier cave) ที่สวยงามและเดินเล่นถ่ายรูปหรือเล่นหิมะบนยอดเขา และชม สะพานแขวน (TITLIS CLIFF WALK) สร้างขึ้นฉลองครบรอบ 100 ปีการท่องเที่ยวบน
ยอดเขาทิตลิส สะพานมีความยาว 100 เมตร ความสูง3,000 เมตร ทอดข้ามหน้าผา อิสระให้ท่านถ่ายรูปตามอัธยาศัย
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่3) อาหารชุดสไตล์เอเชีย บนยอดเขาทิตลิส พร้อมวิว Panorama
จากนั้นเดินทางสู่ เมืองซุก (ZUG) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (ระยะทาง 65 กม. / 1 ชั่วโมง) ถือว่าเป็นเมื่องที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ ขึ้นชื่อเรื่องนาฬิกาแบรนด์ชั้นนำระดับโลก และยังเป็นเมืองที่ติดอันดับหนึ่งในสิบของโลกเมืองที่สะอาดที่สุด ถือว่ามี่เป็นจุดศูนย์รวมนาฬิกาแบรนด์ชั้นนำอีกด้วย หากพอมีเวลาแนะนำ ให้ท่านแวะ ร้านคาเฟ่ Confiserie Cafe Speck น่ารัก อาหารอร่อย เบเกอรี่หอมหวาน ที่มีช็อคโกแลต กาแฟหรือเค้ก รอให้ท่านไปลิ้มลอง (วันเวลาการการเปิด-ปิดของร้าน ไม่มีการแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้าทุกกรณี) รวมไปถึงเดินเล่นชิลๆ ชม โบสถ์ นักบุญออสวอลด์ (St.Oswald) ที่มีประวัติศาสตร์อย่างยาวนานแถมเป็นโบสถ์ประจำเมืองซุกอีกด้วย อิสระช้อปปิ้งที่ Lohri AG Store ที่มีนาฬิกาชั้นนำระดับโลกให้ท่านเลือกซื้อเลือกชมอาทิ เช่น Patek Philippe, Franck Muller Cartier, Piaget, Parmigiani Fleurier, Panerai, IWC, Omega, Jaeger-LeCoultre, Blancpain, Tag Heuer ฯลฯ
นำท่านเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (Lucerne) (ระยะทาง 34 กม. / 45 นาที) เมืองที่มี่ความสวยงาม ผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติได้อย่างลงตัว
เย็น รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่4)
ที่พัก:Ibis Luzern Kriens หรือโรงแรมและเมืองระดับใกล้เคียงกัน
(ชื่อโรงแรมที่ท่านพัก ทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วัน ก่อนวันเดินทาง)
วันที่ 4
เมืองอินส์บรุค ประเทศออสเตรีย - เสาเซนต์แอนน์ – หลังคาทองคำ - ซานตา มัดดาเลนา ประเทศอิตาลี – เมืองโบลซาโน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่5)
นำท่านเดินสู่ เมืองอินส์บรุค (Innsbruck) ประเทศออสเตรีย (ระยะทาง 310 กม. / 4.30 ชม.) ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำอินน์ กลางหุบเขาของเทือกเขาแอลป์ ซึ่งสามารถมองเห็นยอดเขาสูงหลายลูก
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่6)
ชม หลังคาทองคำ (Golden Roof) สร้าง เพื่อเฉลิมฉลองการอภิเษกสมรสครั้งที่ 2 ของจักรพรรดิแมกมิเลียนที่ 1 ได้ทรงตกแต่งส่วนของหลังคาที่ยื่นออกมาจากระเบียงด้วยทองคำแท้ จำนวน 2,738 แผ่น และเพื่อใช้เป็นที่ทอดพระเนตรกิจกรรม และเทศกาลต่างๆ ที่จัดขึ้นบริเวณจัตุรัสด้าน
ถ่ายรูปกับหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญ เสาประติมากรรมเซนต์แอน หรือ Saint Anne's Column Statue ถือว่าเป็นเป็นงานศิลปะศักดิ์สิทธิ์ที่มักพบเห็นได้ทั่วไปในโบสถ์คาทอลิกทั่วโลก และเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและความภาคภูมิใจของชาวเมืองอินส์บรุคอีกด้วย
นำท่านเดินทางสู่ ซานตา มัดดาเลนา (Santa Maddalena) (ระยะทาง 138 กม. / 2 ชม.) เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่สวยงามราวกับภาพวาด เพราะวิวทิวทัศน์สุดอลังการของเทือกเขาโดโลไมต์ (Dolomites) ทำให้หมู่บ้านนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของใครหลายๆ คน จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยังเมืองโบลซาโน (Bolzano) (ระยะทาง 45 กม. / 45 นาที.) เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าผสมผสานระหว่างอิตาลีและออสเตรีย ทั้งเรื่องวัฒนธรรม อาหาร รวมไปถึงมีวิวทัศนียภาพที่สวยงามของเทือกเขาแอลป์
เย็น รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่7)
ที่พัก:Four Points Sheraton Bolzano Bozen หรือโรงแรมและเมืองระดับใกล้เคียงกัน
(ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วัน ก่อนวันเดินทาง)
วันที่ 5
เมืองโบลซาโน – เมืองออร์ติเซ - ขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขาแอลป์ ดิ ซุสเซ่ – ทะเลสาบมิซูริน่า - เมืองเวนิสเมสเตร
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่8)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองออร์ติเซ(Ortisei) ประเทศอิตาลี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 37 กม./ 45 นาที.) เมืองแห่งธรรมชาติและที่รายล้อมไปด้วยขุนเขาอันงดงามและสถาปัตยกรรมดั้งเดิมสวยงาม จากนั้นนำท่านขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขาแอลป์ ดิ ซุสเซ่ (Alpe di Siusi) ที่ความสูง 2,000 เมตร สามารถเข้าถึงได้ในเวลาประมาณ 15 นาที เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวจากมุมสูงที่ให้ท่านจะได้สัมผัสความงดงามและมหัศจรรย์ของดินแดนเทือกเขาโดโลไมท์ เป็นทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยโตรกผาและกลุ่มภูเขา Sasso Lungo อุทยานธรรมชาติ Sciliar และกลุ่มภูเขา Catinaccio เทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ และเทือกเขา Sciliar Mountain Massif ที่มียอดเขา Santner Peak (ค่าทัวร์รวมค่าขึ้นกระเช้าไป-กลับ)
*ในกรณีที่ Cable car ปิดปรับปรุง สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ลมแรง รวมไปถึงรัฐบาลสั่งปิด หรือเหตุขัดข้องอื่นใดก็ตามจนไม่สามารถใช้บริการได้ ทั้งนี้ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ปรับโปรแกรมไป นั่งกระเช้า Mt Faloria ยอดเขามอนเต ดิ ฟาโรเลีย (Monte de Faloria) เป็น 1 ในยอดเขาที่มี ชื่อเสียงเพื่อชมวิวเทือกเขาโดโลไมท์ มีความสูง 2,120เมตร ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงคววามปลอดภัยของท่านเป็นหลัก โดยไม่แจ้งให้ท่านทราบและไม่คืนเงินทุกกรณี
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่9)
ชมความสวยงามของธรรมชาติ ทะเลสาบมิซูริน่า (Lake Misurina) (ระยะทาง 79 กม./ 1.15 ชม.) ทะเลสาบไฮไลต์ของ Dolomites เป็นทะเลสาบธรรมชาติที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศอิตาลี ที่แห่งนี้มีน้ำใสราวกับกระจก สะท้อนภาพภูเขาลงบนผืนน้ำ และที่ทะเลสาบนี้ครั้งหนึ่งเคยถูกใช้ที่จัดกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในปี ค.ศ. 1956 ซึ่งนับเป็นครั้งสุดท้ายที่ใช้ลานน้ำแข็งตามธรรมชาติสำหรับการแข่งขันในโอลิมปิกฤดูหนาว
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเวนิสเมสเตร (Venice Mestre) (ระยะทาง 163 กม. / 2.30 ชม.) เป็นประตูสู่เมืองเวนิสอันโรแมนติก เเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา ตัวตึกและอาคารมีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม
เย็น รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่10)
ที่พัก:Delfino Venice Mestre หรือโรงแรมและเมืองระดับใกล้เคียงกัน
(ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วัน ก่อนวันเดินทาง)
วันที่ 6
เมืองเวนิสเมสเตร – ท่าเรือตรอนเคตโต้ – เกาะเวนิส - จัตุรัสซานมาร์โค - สะพานริอัลโต - โบสถ์เซนต์มาร์ก – พระราชวังดอจ์ด – เมืองเวโรนา - โรมัน อารีน่า – บ้านของจูเลียต - เมืองมิลาน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่11)
นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือตรอนเคตโต้(Tronchetto) (ระยะทาง 12 กม. / 15 นาที) และนั่งเรือจากท่าเรือตรอนเคตโต้สู่ เกาะเวนิส (Venice Island) (ค่าทัวร์รวมค่าล่องเรือไป-กลับ) ดินแดนแสนโรแมนติก และอบอุ่น เมืองเวนิสได้รับฉายาว่า ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก (Queen of the Adriatic) เมืองแห่งสายน้ำ เมืองแห่งสะพานและเมืองแห่งแสงสว่าง ความสวยงามของบ้านเรือนและ ธรรมชาติอันงดงามที่หาไม่ได้จากที่ไหน อีกทั้งวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คน ที่สัญจรด้วยการเดินเรือและการเดินเท้า เสมือนเมืองที่หลุดออกมาจากเทพนิยาย (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าล่องเรือ Gondola)
นำท่านชมความสวยงามของ จัตุรัสซานมาร์โค (Piazza San Marco หรือ Saint Mark Square) เป็นจัตุรัสกลางเมืองเวนิส ที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี ล้อมรอบด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงาม อาทิ สะพานรีอัลโต (Ponte di Rialto) เป็นหนึ่งในสะพานข้ามแกรนด์คาแนล ที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาถ่ายรูปมากที่สุด เพราะสะพานแห่งนี้มีความเก่าแก่ที่สุด สร้างขึ้นครั้งแรกด้วยไม้ในปี ค.ศ.1181 เลยทีเดียว ต่อมาได้มีการรื้อและสร้างใหม่ด้วยหินอย่างที่เห็นในปัจจุบัน นอกจากสะพานรีอัลโตจะเชื่อมระหว่างเกาะ San macro กับเกาะ San polo ของเวนิสด้วย บริเวณปลายสะพานทั้งสองฝั่งยังเต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้าขายของต่างๆ อีกมากมาย จากนั้นพาท่านชม มหาวิหารเซนต์มาร์ก (St Mark’s Basilica) เป็นมหาวิหารที่ได้รับสมญานามว่า Chiesa d’oro หรือโบสถ์ทองตั้งแต่ในศตวรรษที่ 11 เป็นตัวอย่างอันสำคัญของสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์ซึ่งตั้งอยู่บนจัตุรัสซันมาร์โกกลางเมืองเวนิส โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกระดับมหาวิหารประจะเขตอัครบิดรเวนิสในประเทศอิตาลี
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่12) เมนูพิเศษ!! สปาเก็ตตี้หมึกดำ
จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ ท่าเรือตรอนเคตโต้ เพื่อเดินทางสู่เดินทางสู่ เมืองเวโรนา (VERONA) (ระยะทาง 122 กม. / 2.15 ชม.) เมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก นำท่านถ่ายรูปด้านนอก โรมัน อารีน่า (VERONA ARENA) โรงละครกลางแจ้งแบบโรมัน ลักษณะเหมือนโคลอสเซียมที่กรุงโรมแต่ขนาดเล็กกว่า เป็นสถาปัตยกรรมศิลปะโรมันโบราณอายุกว่า 2,000 ปี สามารถจุคนได้กว่า 15,000 คน ปัจจุบันยังถูกใช้เป็นสถานที่จัดแสดงคอนเสิร์ต โอเปร่า
ถ่ายภาพด้านนอกกับตำนานความรักชื่อดังอย่าง บ้านของจูเลียต (CASA DI GIULIETTA) สัมผัสบรรยากาศโรแมนติกและความรักอันเป็นอมตะจากเรื่องราวของโรมิโอและจูเลียต บ้านเลขที่ 27 ถนน VIA CAPPELLO CASA DI GIULIETTA บ้านหลังนี้เคยเป็นของตระกูล CAPPELLO เป็นความบังเอิญที่ชื่อตระกูลคล้ายกับตระกูล CAPULET ของจูเลียต วิลเลียม เชกสเปียร์ กวีเอกของโลก บริเวณกำแพงของบ้านเต็มไปด้วยข้อความบอกรัก และคำอธิษฐานเกี่ยวกับความรักเขียนทับกันไปมาจนแทบไม่เห็นพื้นผิวกำแพงเดิม (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าเข้าชม)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองมิลาน (Milan) (ระยะทาง 153 กม. / 2.15 ชม.) หรือที่คนอิตาเลียนเรียกว่า มิลาโน่ (Milano) เป็นเมืองหลวงทางแฟชั่นของโลก แข่งกับปารีสในประเทศฝรั่งเศสเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของอิตาลี สมผสานความทันสมัยเข้ากับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างลงตัว
เย็น รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่13)
ที่พัก:Holiday Inn Milan Nord-Zara หรือโรงแรมและเมืองระดับใกล้เคียงกัน
(ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วัน ก่อนวันเดินทาง)
วันที่ 7
พระราชวังมิลาน – มหาวิหารแห่งมิลาน - ห้าง Galleria Vittorio Emanuele II - ท่าอากาศยานนานาชาติมิลาโนมัลเปนซา ประเทศอิตาลี
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (มื้อที่14)
แวะถ่ายภาพกับพระราชวังมิลาน (Royal Palace of Milan) (ระยะทาง 15 กม. / 30 นาที.) เป็นที่ตั้งของรัฐบาลในเมืองมิลานเป็นเวลาหลายศตวรรษ ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นศูนย์วัฒนธรรมและเป็นที่ตั้งของนิทรรศการศิลปะระดับนานาชาติ และเป็นที่จัดแสดงงานศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัย คอลเล็กชันที่มีชื่อเสียงโดยร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์และสถาบันทางวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกเป็นประจำ นำท่านถ่ายรูปด้านนอก มหาวิหารดูโอโม่แห่งมิลาน (Duomo di Milano) มหาวิหารนี้สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่ถือว่ามีความใหญ่โตเป็นอันดับสามของโลก ใช้เวลาสร้างเสร็จกว่า 400 ปี ด้านนอกมีหลังคายอดเรียวแหลมที่ทำจากหินอ่อนจำนวน 135 ยอด และมีรูปปั้นหินอ่อนจากสมัยต่างๆ กว่า 2,245 ชิ้น ยอดที่สูงที่สุดมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตร ของพระแม่มาดอนน่าเป็นสง่าและพื้นที่ใกล้เคียงจะมี ห้างกัลเลรีอาวิตโตรีโยเอมานูเอเลเซคอนโด (Galleria Vittorio Emanuele II) เป็นหนึ่งในศูนย์การค้าที่เก่าแก่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ในใจกลางเมืองมิลาน มีลักษณะเป็นทางเดินและอาคารขนาบ 4 ชั้น คลุมด้วยหลังคาทรงโค้ง หรูหราสวยงาม มีร้านค้าแบรนดัง ร้านอาหาร และคาเฟ่เก่าแก่
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่15)
ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทาง ท่าอากาศยานนานาชาติมิลาโนมัลเปนซา ประเทศอิตาลี (ระยะทาง 51 กม. / 1 ชม.) เพื่อเดินทางกลับสู่ ประเทศไทย
21.35 น.เดินทางกลับ ประเทศไทย โดยสายการบิน EMIRATES (EK) เที่ยวบินที่ EK092
วันที่ 8
ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ สหรัฐอาหรับอามิเรตส์ แวะพักเปลี่ยนเครื่อง - ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ประเทศไทย
06.45 น.เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต แวะพักเปลี่ยนเครื่อง
09.30 น.เดินทางกลับ ประเทศไทย โดยสายการบิน EMIRATES (EK) เที่ยวบินที่ EK372
18.40 น.เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ
(บริษัท ดำเนินการให้ กรณียกเลิกทั้งหมด หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่สามารถรีฟันด์เป็นเงินหรือการบริการอื่นๆ ได้)
หมายเหตุ : กรุณาอ่านและศึกษารายละเอียดทั้งหมดก่อนทำการจอง เพื่อความถูกต้องและความเข้าใจร่วมกันระหว่างท่านและบริษัท เมื่อท่านตกลงชำระเงินมัดจำหรือค่าทัวร์เต็มจำนวนกับบริษัทแล้ว บริษัทจะถือว่าท่านยอมรับเงื่อนไขและข้อกำหนดทั้งหมด