รหัสทัวร์

GOTR9933

ระยะเวลา

8 วัน 6 คืน

ระดับที่พัก

starstarstarstar

สายการบิน

เตอร์กิช แอร์ไลน์

ไฮไลต์ทัวร์

กาเซียนเทป พิพิธภัณฑ์ซุกม่า โมเสก ซานลีอูร์ฟา ถ้ำแห่งอับรา ฮาราน หมู่บ้านรวงผึ้ง อดิยามาน ภูเขาเนมรุต ดียาร์บากีร์ กำแพงเมืองดิยาบากีร์ สุเหร่าประจำเมืองดิยาบากีร์ มาร์ดิน

บินตรง
ไม่เข้าร้านรัฐบาล
เที่ยวเต็มวัน
ฟรีประกันการเดินทาง

ตัวเลือกแพ็คเกจ

pattern

รายละเอียดโปรแกรม

วันที่ 0

location-icon

กรุงเทพมหานคร – อิสตันบูล

08.00 น. คณะพบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์ได้ที่ ประตูทางเข้าที่ 9 หรือ 10 อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์เช็คอินสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
11.15 น. ออกเดินทางสู่อิสตันบูล (IST) ประเทศตุรกี โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ ไลน์ส เที่ยวบินที่ TK65 (ใช้เวลาบินประมาณ 10.05 ชม.) เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับ จอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินฯ มีบริการ อาหารเช้าและอาหารกลางวัน ระหว่างเที่ยวบิน
17.25 น. เดินทางถึงกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
นำท่านเดินทางสู่อาคารผู้โดยสารในประเทศ เพื่อขึ้นเที่ยวบินสู่เมืองกาเซียนเทป (Gaziantep)
21.00 น. ออกเดินทางสู่สนามบินกาเซียนเทป (GZT)  โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ TK2236 มีบริการอาหารว่างบนเครื่องบิน (ใช้เวลาบินประมาณ 1.45 ชม.)
22.45 น. เดินทางถึงสนามบินกาเซียนเทป (GZT) นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Ramada by Wyndham Gaziantep Hotel ***** หรือเทียบเท่า

วันที่ 2

location-icon

กาเซียนเทป - พิพิธภัณฑ์ซุกม่า โมเสก – ซานลีอูร์ฟา – ถ้ำแห่งอับราฮัม - บ่อปลาศักดิ์สิทธิ์

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม 
นำท่านดินทางเข้าชมพิพิธภัณฑ์ซุกม่า โมเสก (Zeugma Mosaic Museum) พิพิธภัณฑ์โมเสกที่ใหญ่ที่สุดในโลก บนเนื้อที่พิพิธภัณฑ์จัดแสดงกว่า 90,000 ตารางเมตร เปิดให้เข้าชมครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2011 คอลเลคชั่นพิพิธภัณฑ์ซุกม่าโมเสกประกอบด้วยกระเบื้องโมเสก 2,448 ตารางเมตร จากสมัยโรมันและปลายยุคโบราณ จิตรกรรมฝาผนังกว่า 140 ตารางเมตร ประกอบทั้งโบราณวัตถุมากมายที่จัดแสดงในสถานที่แห่งนี้ และจัดแสดงชิ้นงานโมเสกที่สวยงามอย่างสมบูรณ์แบบและมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก คือภาพชื่อ ยิปซี ความน่าสนใจกับผลงานยิปซีคือ เมื่อสบตาสาวยิปซีเธอจะมองตามเราไปตลอดไม่ว่าเราจะเคลื่อนไหวไปในทิศใด ถือว่าเป็นความมหัศจรรย์ทางด้านศิลปะโบราณที่เป็นแบบอย่างให้งานศิลปะสมัยใหม่ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ย่านตลาดขายสินค้าพื้นเมือง (Gaziantep Buyuksehir Belediyesi และ Copper Bazaar) ตลาดแห่งนี้มีสิ้นค้าพื้นเมืองขึ้นชื่อโดยเฉพาะที่โดดเด่นคือ ภาชนะต่าง ๆ ที่ทำมาจากดีบุก ทองแดง เครื่องเงิน แล้วนำมาแกะสลักลวดลาย ย้อนยุคกับ “Han” ที่พักแรมของกองคาราวานค้าขายในเส้นทางสายไหมตั้งแต่โบราณ สินค้าที่นี่ส่วนใหญ่จะผลิตเพื่อตลาดภายในประเทศ และส่งออกสู่ประเทศที่อยู่ในกลุ่มตะวันออกกลาง อิสระให้ท่านเลือกซื้อสิ้นค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองซานลีอูร์ฟา (Sanliurfa) (ระยะทาง 152 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.45 ชม.) หรือชื่อเรียกพื้นเมืองคือ เมืองอูร์ฟา (Urfa) หรือในอดีตเรียกอิเดสซ่า (Edessa) ตั้งอยู่บริเวณที่ราบ ห่างจากแม่น้ำยูฟราเตส (Euphrates River) ราว 80 กิโลเมตร เป็นหนี่งในเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดเมืองหนึ่งของโลก ก่อตั้งเมื่อ 4 ปีก่อนคริสตกาลตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ แต่เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดก่อนหน้านั้น โดยย้อนไปถึงราว 9000 ปีก่อนคริสตกาล เมืองอูร์ฟาเป็นเมืองบ้านเกิดของ อับราฮัม หรือ อับราม ศาสดาผู้มีความสำคัญทางศาสนาอิสลามและศาสนาคริสต์ตามพระคัมภีร์ เป็นเมืองแรกที่ให้อิสระแก่ประชากรในการเลือกนับถือศาสนา โดยวิหารของแต่ละศาสนาแห่งหนึ่งๆจะถูกแปรเปลี่ยนไปตามการนับถือไปตามยุคสมัย ตั้งแต่ยูดาห์ คริศต์ และเป็นสุเหร่าตามความนับถือของประชากรในปัจจุบันในอดีตเมืองซานลิอุรฟา ถูกปกครองมาหลายอาณาจักร และสุดท้ายปกครองด้วยอาณาจักรไบเซนไทล์ (Byzantines) จึงทำให้มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย มีสถาปัตยกรรมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ศาสนาคริสต์และอิสลามถือว่า เมืองซานลิอุรฟา เป็นเมืองสำคัญทางศาสนา เป็นอันดับ 4 รองมาจาก เมกกะ เมดิน่า และเยรูซาเลม ตามบันทึกในคัมภีร์ไบเบิล Bible และกุรอาน Qur'an นำท่านชมถ้ำแห่งอับราฮัม (Cave of Abraham)  ตามความเชื่อของชาวมุสลิม กล่าวไว้ว่า ถ้ำแห่งนี้เป็นที่เกิดของท่านศาสดาอับราฮัมในเมืองอูร์ฟาเป็นสถานที่แสวงบุญที่มีชื่อเสียงในหมู่ศาสนิกชน ที่มาสวดภาวนาและแสดงความเคารพต่อศาสดาที่มีความศรัทธาให้ เชื่อกันว่าศาสดาอับราฮัมเกิดในถ้ำแห่งนี้ และใช้เวลากว่าสิบปีในช่วงหนึ่งของชีวิตเพื่อปกป้องทารกแรกเกิดที่ถูกสั่งฆ่าโดยคำสั่งของกษัตริย์อนิมรอทผู้โหดร้าย  จากนั้นนำท่านชมบ่อปลาศักดิ์สิทธิ์ (The Pool of Sacred Fish) หนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองอูร์ฟา ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสถานที่ซึ่งกษัตริย์นิมรอทได้โยนศาสดาอับราฮัมลงสู่กองฟืนที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิง แต่กองไฟเหล่านั้นกลับเปลี่ยนเป็นสายน้ำ และกองฟืนได้เปลี่ยนกลายเป็นปลาศักดิ์สิทธิ์ ปัจจุบันบ่อน้ำแห่งนี้เต็มไปด้วยปลาคาร์ฟ ซึ่งเชื่อกันว่าหากผู้ใดได้เห็นปลาคาร์ฟสีขาวจะนำมาซึ่งมงคลแก่ชีวิต 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Double Tree by Hilton Sanliurfa***** หรือเทียบเท่า

วันที่ 3

location-icon

ซานลีอูร์ฟา – ฮาราน – หมู่บ้านรวงผึ้ง – อดิยามาน - ภูเขาเนมรุต

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม 
นำท่านเดินทางสู่เมืองฮาราน (Harran) (ระยะทาง 49 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.)  เมืองโบราณซึ่งมีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์ บริเวณดินแดนเมโซโปเตเมียตอนบน ทั้งในแง่ของการพาณิชย์ วัฒนธรรม และความเชื่อทางศาสนาในช่วงยุคทองสำริด หรือประมาณ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล  เป็นดินแดนของแอสซีเรียน เป็นศูนย์กลางการค้าขาย วัฒนธรรมและศาสนา เมืองนี้ได้ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์ไบเบิลว่า เป็นเมืองที่อับราอัมได้มาอาศัยอยู่ และบิดาคือเทราห์ก็ได้เสียชีวิตที่เมืองฮารานแห่งนี้ ก่อนที่เขาจะออกเดินทางสู่ เมืองคานะอัน (Canaan)  ดินแดนศักดิ์สิทธิ์และ  ศาสดาทั้งสาม คือ โมเสส เจซัส และ โมฮัมหมัด ก็ได้เคยมาพักอาศัยที่เมืองนี้ด้วย นำท่านเดินทางชมหมู่บ้านรวงผึ้ง (The Beehive Village) หมู่บ้านที่สร้างขึ้นอยู่ท่ามกลางพื้นที่ราบและมีอากาศร้อนจัดในหน้าร้อนหนาว มีหลังคาทรงโคนขึ้นด้วยหินลักษณะคล้ายคลึงกับรวงผึ้ง ตัวโครงบ้านสร้างขึ้นจากดินโคลน ขึ้นโครงด้วยเสา และพอกด้วยมูลวัว บ้างอาจมีการเจาะรูเพื่อเป็นช่องระบายอากาศเพื่อให้มีอากาศไหลเวียนถ่ายเทเข้าตัวบ้าน เชื่อกันว่าการสร้างบ้านลักษณะนี้เป็นอิทธิพลจากชนม์เผ่า Bantu ซึ่งมีรกรากออยู่บริเวณระหว่างทะเลทรายซาฮาร่าและทวีปแอฟริกา ได้เวลานำท่านเดินทางสู่เมืองอดิยามาน (Adiyaman) (ระยะทาง 162 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.20 ชม.)  ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งก่อนมุ่งหน้าสู่ภูเขาเนมรุต (Mount Nemrut) เป็นเมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี ชาวเมืองส่วนใหญ่เป็นชาวเคิร์ด ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 8 โดยชาวอาหรับสายอุมัยยะฮ์ ปกครองต่อเนื่องโดยชาวไบเซนไทน์, ชาวเติร์กเซลจุค และราชวงศ์เติร์กเมน ตามลำดับ หลังจากชาวอาหรับ ดินแดนแห่งนี้ถูกรวมเข้ากับจักรวรรดิออตโตมัน เมื่อใกล้สิ้นศตวรรษที่ 14 ภายใต้สาธารณรัฐตุรกี เมืองนี้ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น อาดิยามาน ในปี 1926
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองเนมรุต (Nemrut) (ระยะทาง 85 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.20 ชม.) นำท่านชมสะพานเซเวอรัน (Severran Bridge / Cendere Bridge) สร้างประมาณปี ค.ศ.200 เพื่อถวายจักรพรรดิ Septimius Severus เป็นสะพานโรมันที่สร้างด้วยหินทั้งหมด 92 ก้อนๆ ละประมาณ 10 ตัน เป็นสะพานที่สร้างโดยชาวโรมันที่อาจจะมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสอง ยาว 120 เมตร กว้าง 7 เมตร ปัจจุบันยังคงอยู่สมบูรณ์แบบ นำท่านขึ้นภูเขาเนมรุต (Mount Nemrut) หรือภูเขาเทพเจ้า ภูเขาเนมรุตสูงอยู่ที่ระดับ 2,134 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล นับเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกของเทือกเขาทอรัส ซึ่งบนยอดเขารายล้อมด้วยรูปปั้นหัวคนมากมาย ซึ่งคาดว่าเป็นสุสานกษัตริย์ตั้งแต่สมัยราว 100 ปีก่อนคริสตกาล โดยหลักฐานทางประวัติศาสตร์บ่งชี้ว่า กษัตริย์ Antiochus ที่ 1 แห่งอาร์เมเนีย ได้มีคำสั่งให้สร้างสุสาน ซึ่งประกอบด้วยรูปปั้นจำลองของตน สูงราว 8-9 เมตร รูปปั้นสิงโตและนกอินทรีย์ เป็นคู่ๆ รวมไปถึงรูปปั้นเทพต่างๆตามตำนานกรีกและอาร์เมเนีย ซึ่งภายหลังถูกทำลายลงจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทำให้ส่วนหัวกับส่วนตัวถูกแยกออกจากกัน เรียงรายเป็นหย่อมๆล้อมรอบบริเวณภูเขาเนมรุต ภูเขาเนมรุตถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของประเทศตุรกีโดย UNESCO เมื่อปี ค.ศ.1987 “ภูเขาเนมรุต เป็นสถานที่ที่สวยที่สุดในโลกแห่งหนึ่งสำหรับการชมพระอาทิตย์ขึ้น กับ พระอาทิตย์ตกดิน” บนจุดชมวิวบนยอกเขาที่มีหินยักษ์มากมาย  อิสระให้ท่านได้เถ่ายภาพเก็บความประทับใจตามอัธยาศัย     
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Ramada by Wyndham Adiyaman Hotel ***** หรือเทียบเท่า 

วันที่ 4

location-icon

เนมรุต - ดียาร์บากีร์ – กำแพงเมืองดิยาบากีร์  - สุเหร่าประจำเมืองดิยาบากีร์  - มาร์ดิน  - สุเหร่าอูลูแห่งเมืองมาร์ดิน – จุดชมวิวพาโนรามาของเมืองมาร์ดิน

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม 
นำท่านเดินทางสู่เมืองดิยาบากีร์ (Diyarbakir) (ระยะทาง 158 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.15 ชม.) เป็นเมืองหลังทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำไทกริส เป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับสองในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของอนาโตเลีย มีวัฒนธรรมพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์ยังคงบรรยากาศในยุคกลางไว้ได้ครบถ้วน มีสินค้าพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อ คือ เครื่องประดับ เครื่องเงิน ทองแดง เครื่องปั้นดินเผา ผ้าขนสัตว์ที่สำคัญที่สุด นำท่านชมกำแพงเมืองดิยาบากีร์ (Diyarbakir City Wall) ซึ่งในอดีตใช้เป็นป้อมปราการป้องกันเมืองจากข้าศึก โดยกำแพงเมืองได้แบ่งเป็นสองชั้น สร้างขึ้นครั้งแรกราว 297 ปีก่อนคริสตกาลโดยชาวโรมันตามคำสั่งของจักรพรรดิคอนแสตนติอุสที่ 2 และถูกต่อเติมเรื่อยมา ให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นด้วยหินภูเขาไฟ และครั้งหนึ่งถูกขนานนามโดยเหล่าแม่ทัพว่าเป็น ป้อมปราการดำ “The Black Fortress” ทำด้วยหินบะซอลท์สีดำ มีความยาวประมาณ 5.5 กิโลเมตร เป็นหนึ่งในกำแพงเมืองโบราณยุคก่อนคริสตกาล ซึ่งยังคงถูกรักษาสภาพไว้ได้เป็นอย่างดีจวบจนถึงยุคปัจจุบัน กำแพงเมืองดิยาบากีร์ครั้งหนึ่งถูกนำไปเทียบชั้นเป็นรองเพียงกำแพงเมืองจีนในแง่ของกำแพงป้องกันเมือง กำแพงเมืองนี้สร้างล้อมรอบเขตเมืองเก่าไว้ โดยมีประตูทางเข้า 4 ทาง มีหอคอย 82 หอคอย นอกจากนี้กำแพงเมืองดิยาบากีร์ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของประเทศตุรกีโดย UNESCO เมื่อปี ค.ศ.2015 จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับสุเหร่าประจำเมืองดิยาบากีร์ (The Great Mosque of Diyabajir) หนึ่งในสุเหร่าศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสำคัญเป็นลำดับต้นๆของดินแดนเมโซโปเตเมีย สุเหร่าถูกสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.639 และถูกใช้งานช่วงระยะเวลาหนึ่งเป็นโบสถ์แห่งนักบุญเซนต์จอห์น และภายหลังแปลงกลับเป็นสุเหร่าใน ปี ค.ศ. 1091 ซึ่งหลากหลายส่วนได้รับแรงบันดาลใจและมีอิทธิพลด้านสถาปัตยกรรมคล้ายคลึงกับสุเหร่าอุมันยะฮ์แห่งนครดามัสกัสของประเทศซีเรีย  
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น 
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองมาร์ดิน (Mardin) (ระยะทาง 86 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.20 ชม.) ตั้งอยู่บนที่ราบเมโสโปเตเมีย ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี เป็นเมืองโบราณเก่าแก่ที่สุดบนพื้นที่เมโสโปเตเมียตอนบน การขุดค้นโบราณสถานในเมืองนี้มีขึ้นในปี ค.ศ. 1920  พบว่าซากเมืองมีอายุย้อนไปถึง 4,000 ปีก่อนคริสตกาล อารยธรรมแรกที่พบในพื้นที่นี้ คืออารยธรรมสุบาเรียน (Subarians) เมื่อประมาณ 3,000 ปีก่อนคริสตกาลและอารยธรรมอีลาไมต์ เมื่อประมาณ 2,230 ปีก่อนคริสตกาล ตามด้วยบาบิโลเนียน,  ฮิตไทต์, อัสซีเรียน,โรมัน และไบแซนไทน์  มีสถาปัตยกรรมสร้างด้วยหินที่วางซ้อนตกแต่งอย่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อย่างแท้จริงด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามหลากหลายชาติพันธุ์วิทยาสิ่งมหัศจรรย์ทางโบราณคดีและมรดกทางประวัติศาสตร์ จากนั้นนำท่านชมสุเหร่าอูลูแห่งเมืองมาร์ดิน (Mardin Grand Mosque / Ulu Mosque) ตัวอย่างสถาปัตยกรรมในยุคอาร์ทูคิดช่วงศตวรรษที่ 12 (ยุคที่ปกครองโดยราชวงศ์เติร์กเมนิสถาน) ตัวอาคารสร้างขึ้นด้วยหินเจียระนัย และโดมถูกสร้างด้วยการเป่าและเซาะร่อง แต่ได้รับความเสียหายอย่างหนักครั้งสงครามที่เกิดขึ้นจากชาวเคิร์ดช่วงปี ค.ศ.1832 ปัจจุบันได้รับการบูรณะบางส่วนให้คงสภาพดีเหมือนเดิม นำท่านชมเมืองมาร์ดิน (Mardin) เป็นเมืองเก่าสวรรค์บนดิน ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์โลก เมืองอยู่ภายใต้การคุ้มครองของ UNESCO ซึ่งห้ามไม่ให้มีการก่อสร้างใหม่ๆ เพื่อรักษาส่วนหน้าอาคารไว้ 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Ramada Plaza by Wyndham Mardin ***** หรือเทียบเท่า

วันที่ 5

location-icon

มาร์ดิน - ดารา - วาน – เกาะอัคดาม่า – โบสถ์อัคดาม่า – ป้อมปราการแห่งวาน - House of Van Cats

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม 
นำท่านเดินทางสู่เมืองดาราหรือดาร์ส (Ancient City of Dara, Mesopotamia) (ระยะทาง 36 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที) เดิมเคยเป็นเมืองป้อมปราการที่สำคัญของโรมันตะวันออก ทางตอนเหนือของเมโสโปเตเมีย มีพรมแดนติดกับจักรวรรดิซาสซานิด (เปอร์เซีย) ถือว่ามีความสำคัญของยุทธศาสตร์สอย่างยิ่ง ในความขัดแย้งของชาวโรมัน – เปอร์เซีย ศตวรรษที่ 6 การรบที่มีชื่อเสียงของดาราที่เกิดขึ้น นำท่านเดินทางชมเมืองโบราณและอ่างเก็น้ำใต้ดินขนาดใหญ่สร้างขึ้นในยุคค.ศ 530 จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองวาน (Van) (ระยะทาง 454 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6.10 ขม.) ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของทะเลสาบวาน ปัจจุบันประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวเคิร์ด ได้ฉายาว่า “ไข่มุกแห่งตะวันออก” The Pearl of The East เนื่องจากเป็นเมืองที่มีภูมิประเทศสวยงามมาก โดยมีทะเลสาบวานเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในตุรกี และที่ราบสูงอาร์มีเนียเป็นทะเลสาบน้ำเค็มแบบทะเลสาบโวดา ที่ได้รับมาจากธารน้ำสายเล็กๆ หลายสายที่ไหลลงมาจากภูเขาที่รายล้อมอยู่ ทะเลาบวานเป็นหนึ่งในทะเลสาบปิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านนั่งเรือสู่เกาะอัคดาม่า (Akdamar Island) อยู่ห่างจากชายฝั่งประมาณ 3 กม. เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ใน ทะเลสาบวาน (Lake Van) เกาะแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 0.7 ตารางกิโลเมตร โดยเกาะอยู่ห่างจากชายฝั่งประมาณ 3 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,650 เมตร ทะเลสาบเกิดจากลำธารเล็ก ๆ ในเขตเทือกเขาใกล้เคียงไหลมารวมกันจนกระทั่วกลายเป็นทะเลสาบอันกว้างใหญ่ ซึ่งภายในทะเลสาบ ประกอบไปด้วยเกาะหลักๆ จำนวน 4 เกาะด้วยกัน โดยทะเลสาบแห่งนี้ถือว่าเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในประเทศตุรกี และเป็นทะเลสาบที่อยู่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลกอีก อิสระให้ท่านถ่ายภาพเก็บความประทับใจตามอัธยาศัย นำท่านชมโบสถ์อัคดาม่า (Akdamar Church) สร้างขึ้นในปี ค.ศ.915-921 สร้างขึ้นจากหินภูเขาไฟสีชมพู เป็นโบถส์รูปทรงกางเขน ผนังโบสถ์ตกแต่งด้วยภาพสีของเฟรสโก้ (Fresco) มีชื่อของพระเยซูอยู่ทางทิศใต้ของโบสถ์ ด้านหน้าโบสถ์แกะสลักเป็นรูปภาพจากพระคัมภีร์เก่าและใหม่ ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่ชายฝั่ง จากนั้นนำท่านถ่ายรูปป้อมปราการแห่งวาน (Citadel of Van) เป็นป้อมปราการหินขนาดใหญ่ ที่สร้างขึ้นโดยอาณาจักรโบราณแห่งอูราร์ตูในช่วงศตวรรษที่ 9 ถึง 7 ก่อนคริสต์ศักราช และเป็นป้อมปราการหินที่ใหญ่ที่สุด ส่วนล่างของกำแพง สร้างจากหินบะซอลต์ที่ยังไม่ใช้ปูน ในขณะที่ส่วนที่เหลือสร้างจากอิฐโคลน ภายในบริเวณใกล้เคียงกับป้อมปราการ คือ หอคอย Sardur ซึ่งมีคำจารึกเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของอาณาจักรโบราณ Urartu จารึกนี้เขียนเป็น 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาเปอร์เซียโบราณ ภาษาบาบิโลน และภาษาเอลาไมต์ โดยพระเจ้าเซอร์ซีสมหาราชจากศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์ศักราช ถูกจารึกไว้บนส่วนที่เรียบของหน้าหิน ซึ่งสูงจากพื้นดินประมาณ 20 เมตร (60 ฟุต) ใกล้กับป้อมปราการ คำจารึกนี้ยังคงอยู่ในสภาพที่เกือบจะสมบูรณ์
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Double Tree by Hilton (Van) ***** หรือเทียบเท่า 

วันที่ 6

location-icon

วาน – โดกุเบยาซิด – พระราชวังอิซฮาก พาชาร์ - คาร์ส - เอนิ

เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม 
นำท่านเดินทางสู่เมืองโดกุเบยาซิต (Dogubeyazit) (ระยะทาง 179 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.20 ชม.) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกสุดของประเทศตุรกี อยู่ติดกับชายแดนอิหร่าน เมืองเบยาซิตได้ถูกทำลายเสียหายอย่างหนักในสงครามโลกครั้งที่ 1 และสงครามกู้เอกราชตุรกี และในปี 1930 มีการสร้างเมืองใหม่ขึ้นมาคือเมือง Dogubeyazit แปลว่า East Beyazit เมืองนี้ถูกโอบด้วยทิวเขา Mt. Ararat พื้นที่ราบส่วนใหญ่ใช้ปลูกหญ้าหรือพืชผลไว้สำหรับเป็นอาหารสัตว์ในฤดูหนาว ผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภูเขาจะสร้างบ้านที่ทำมาจากดินเหนียว เพื่อเพิ่มความอบอุ่นในฤดูหนาว นำท่านชมพระราชวังอิซฮาก พาชาร์ (Ishak Palace) ตั้งอยู่กลางเมืองเบยาซิตเก่า สร้างในสมัยออตโตมันโดย Colak Abdi Pasha นายพลแห่งกองทัพเตอร์กที่เข้ามาปกครองเบยาซิต ในปี 1685 ส่วนที่เป็นฮาเร็ม (Harem) สร้างเสร็จในสมัยของหลานปู่ที่ชื่อ Ishak Pasha ในปี 1784 พระราชวังแห่งนี้สร้างเหมือนคอมเพล็กซ์ มีความสำคัญรองลงมาจากพระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace) ในอิสตันบูล  มีชื่อเสียงที่สุดในยุคนั้น สร้างอยู่บนเนินเขา เป็นสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่แห่งสุดท้ายของอาณาจักรออตโตมัน และเป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมออตโตมันในยุคศตวรรษที่ 18 ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่ง ชั้นล่างของพระราชวังสร้างอยู่บนเนินเขาบนชั้นหินที่มีความแข็งแรง อีกสามด้านของพระราชวังเป็นหน้าผาสูง มีเพียงด้านทิศตะวันออกจะเป็นที่ราบ เป็นทางเข้าออก มีหน้ามุขแคบ ๆ ตัวอาคารสร้างด้วยด้วยหินสีแดงอมส้ม ได้มากจากภูเขาที่อยู่ในย่านนี้ สร้างโดยช่างฝีมือชั้นสูงมีการแกะสลักหินไว้อย่างสวยงาม
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองคาร์ส (Kars) (ระยะทาง 195 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.40 ชม.) ตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศตุรกี ใกล้กับพรมแดนประเทศอิหร่าน ลักษณะเป็นภูเขาไฟที่มียอดแหลมบนปลายยอดปกคลุมไปด้วยหิมะ มีความสูง 5137 เมตรจากระดับน้ำทะเล ตำนานเรือโนอาห์ แห่งเทือกเขาอารารัต เล่าว่า พระผู้เป็นเจ้าของชาวยิวได้ช่วยเหลือโนอาร์ กับสมาชิกในครอบครัวอีก 7 คน และสัตว์ชนิดต่างๆ อย่างละ 1 คู่ จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่คร่าชีวิตผู้คนและสัตว์ทั้งหลายไปจนหมดโลก โดยบอกให้โนอาร์ต่อเรือยาวขนาด 137 เมตร แล้วนำสัตว์ต่างๆ ไว้บนเรือ เมื่อเกิดน้ำท่วมเรือโนอาร์ก็ลอยมาติดอยู่บนเทือกเขา อารารัต แห่งนี้ ทุกคนจึงปลอดภัยจากน้ำท่วมโลกในครั้งนั้น ระหว่างทางท่านจะได้เห็นความงดงามของเทือกเขานี้ นำท่านเดินทางสู่เมืองเอนิ (Ani) (ระยะทาง 49 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที) บนที่ราบสูงรูปสามเหลี่ยมอันเงียบสงบ หุบเขาที่เป็นพรมแดนธรรมชาติกับอาร์เมเนีย ปัจจุบันตั้งอยู่ในจังหวัดคาร์ส ประเทศตุรกี ติดกับพรมแดนประเทศอาร์เมเนีย จากนั้นนำท่านชมประวัติไซต์อานิ (Ani Site History) อดีตเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรอาร์เมเนียยุคกลาง ปัจจุบันคือ ประเทศอาร์เมเนีย เมืองเอนีตั้งอยู่บนพื้นที่สามเหลี่ยมที่มีแม่น้ำ Arpacia อยู่ทางทิศตะวันออก เป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างประเทศตุรกีกับอาร์เมเนีย ทิศตะวันตกติดกับหมู่บ้าน Tzanghkotzadzor เมืองอันเป็นสัญลักษณ์แห่งนี้มักเรียกกันว่า "เมืองแห่งคริสตจักร 1,001 แห่ง" (City of 1001 Churches) เนื่องจากมีวัด โบสถ์ พระราชวัง ป้อมปราการมากมายที่สร้างเรียงรายอยู่บนเส้นทางการค้าโบราณ และเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีและศิลปะสูงสุดของยุคนั้น ในกลางปีคริสศตวรรษที่ 18 พวกชนเผ่าเคอร์ดิช (Kurdish) ได้เข้ามาปล้นและฆ่าชาวเมือง จนต้องอพยพหนีทิ้งให้เมืองเอนิ กลายเป็นเมืองร้างถึง 100 ปี จนกระทั่งนักเดินทางชาวรัสเซียมาพบเมืองนี้ และนำไปเขียนลงในหนังสือ จากนั้นมีการกำหนดให้เมืองเอนิแห่งนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวแห่งใหม่ในปี 1892 ปัจจุบันได้รับการบันทึกให้เป็นมรดกโลก UNESCO World Heritage ในปี 2016 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรมที่พัก 
นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก Kars I Sirin Hotel **** หรือเทียบเท่า

วันที่ 7

location-icon

คาร์ส - อิสตันบลู

08.00 น. นำท่านสู่สนามบินคาร์ส (KYS)
11.20 น. ออกเดินทางสู่สนามบินอิสตันบลู (IST) โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ TK2715 มีบริการอาหารว่างบนเครื่องบิน (ใช้เวลาบินประมาณ 2.30 ชม.)
13.50 น. เดินทางถึงสนามบินอิสตันบลู (IST) เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง
16.00 น. ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ TK58 (ใช้เวลาบินประมาณ 9.15 ชม.) สายการบินฯ มีบริการอาหารค่ำและอาหารเช้าบริการ

วันที่ 8

location-icon

กรุงเทพมหานคร

05.15 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

มื้ออาหารและที่พัก

pattern
pattern

ข้อตกลงและเงื่อนไข

  • การจองนี้ยังไม่ใช่การยืนยันที่นั่ง (เนื่องจากที่ว่างมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา) 

  • เจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการเช็คที่นั่งว่างและแจ้งกลับลูกค้าอีกครั้ง ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง

แพ็คเกจนี้รวม

  • ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นนักท่องเที่ยวโดยสายการบิน TK (กระเป๋าเดินทาง 1 ใบ น้ำหนัก ไม่เกิน 30 กก./ท่าน)

  • ค่าภาษีสนามบิน, ค่าภาษีน้ำมัน, ค่าประกันภัยทางอากาศ

  • ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุวงเงิน 1,500,000 บาท และ ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท

  • ค่ารักษาพยาบาลหลังกลับจากต่างประเทศภายใน 21 วัน วงเงิน 40,000 บาท (ประกันภัยไม่ครอบคลุมผู้ที่อายุเกิน 85 ปี) ประกันครอบคลุมการติดเชื้อ Covid 19

  • ค่าภาษีในทุกประเทศ (ประเทศตามระบุในโปรแกรมทัวร์)

  • ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่) 

  • ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ, ค่าพาหนะ หรือรถรับ-ส่ง ระหว่างนำเที่ยว, ค่าเข้าชมสถานที่

  • น้ำดื่มระหว่างการเดินทาง 1 ขวดต่อท่านต่อวัน

  • เจ้าหน้าที่ (ไกด์ไทย) คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง 

  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% (คิดจากค่าบริการทัวร์)

แพ็คเกจนี้ไม่รวม

  • ค่าทิปไกด์ไทย, ไกด์ท้องถิ่น และ คนขับรถ ท่านละ 2,500 บาท (เรียกเก็บจากอินวอยซ์)

  • ค่าเจ้าหน้าที่ยกกระเป๋า ท่านต้องดูแลกระเป๋าด้วยตัวท่านเองเพื่อป้องกันการสูญหาย

  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์-แฟกซ์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่ได้ระบุในรายการ

เงื่อนไขการยกเลิก

  • แจ้งยกเลิกเดินทาง 30 วันล่วงหน้าก่อนการเดินทางหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นมัดจำตั๋วเครื่องบิน, วีซ่าและค่าดำเนินการ (ถ้ามี), ค่าโรงแรม, ค่าตั๋วรถไฟ โดยจะมีรายละเอียดแสดงให้แก่ลูกค้าได้รับทราบ (หมายเหตุ: ช่วง Peak season สายการบินให้มัดจำล่วงหน้า 2-3 เดือน ก่อนการเดินทาง)

  • แจ้งยกเลิกเดินทาง 15-29 วันก่อนการเดินทาง หักค่าทัวร์ 50% + ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง     

  • แจ้งยกเลิกเดินทาง 0-14 วันก่อนการเดินทาง ยึดค่าทัวร์ 100%

  • ผู้เดินทางที่ไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากการยื่นเอกสารปลอม หักค่าใช้จ่าย 100% 

  • หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

หมายเหตุ

  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 10 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนการเดินทาง 

  • บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการพาเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวใดๆที่ปิดทำการ โดยจะจัดหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อทดแทนเป็นลำดับแรก หรือคืนค่าเข้าชมแก่คณะผู้เดินทางแทน

  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบิน  การนัดหยุดงาน  การประท้วง  ภัยธรรมชาติ  การก่อจลาจล  อุบัติเหตุ  ปัญหาการจราจร ปัญหาการเสริฟ์ช้าของร้านอาหาร หรือ เหตุใดๆที่อยู่เหนือการควบคุมของบริษัท ฯลฯ ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด และหากหัวหน้าทัวร์ไม่ได้ดำเนินการทำทัวร์ตามโปรแกรม ท่านต้องแย้งและเรียกร้องสิทธิ์ในรายการนั้น หากท่านไม่มีการแย้งใดๆ ถือว่าท่านยอมรับการทำทัวร์ดังกล่าว

  • เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ  ท่านไม่สามารถที่จะเรียกร้องเงินคืน ในกรณีที่ท่านปฏิเสธหรือสละสิทธิ์ ในการใช้บริการที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้นท่านได้ทำการตกลง หรือ แจ้งให้ทราบ ก่อนเดินทาง

  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฏิเสธการตรวจคนเข้าเมือง และจะไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ท่านชำระมาแล้ว  หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าเมือง เนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย หรือการหลบหนีเข้าเมือง 

  • ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ  บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา เล่มสีเลือดหมู

  • เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งแล้วข้างต้น

ทัวร์อันซีน ตุรกี อนาโตเลีย เปิดเส้นทางประวัติศาสตร์ภาคตะวันออก ราคาพิเศษ