เที่ยวซาฟารีเวิลด์ กรุงเทพ ฉบับอัปเดตต้องรู้อะไรบ้าง?

ซาฟารีเวิลด์ กรุงเทพ (safari world bangkok) พื้นที่ของเหล่าสัตว์โลกนานาชนิด ที่พร้อมเปิดต้อนรับทุกคนให้เข้าไปชมทั้งความสวยงาม ความสนุก และความตื่นเต้น กับประสบการณ์ที่มากกว่าสวนสัตว์ทั่วๆ ไป และไม่ว่าคุณจะเคยไป หรือหลังจากอ่านบทความนี้จบจะเป็นครั้งแรกที่คุณไป เราอยากจะอัปเดตข้อมูลชุดใหม่ให้เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่คุณจะไป
ข้อมูลควรรู้ก่อนไปซาฟารีเวิลด์
ราคาบัตรล่าสุด
บัตรเข้าชมซาฟารี เวิลด์กรุงเทพ ราคาปกติจะอยู่ที่ประมาณ 800 บาท ซึ่งสามารถเข้าชมได้ทั้ง 2 โซน ทั้ง Safari Park และ Marine Park
ราคาบัตรอาจแตกต่างตามช่วงเวลา วันธรรมดา–วันหยุด รวมถึงอายุของผู้เข้าชม เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และจะมีโปรโมชั่นพิเศษเป็นบางช่วง แนะนำให้ตรวจสอบราคาล่าสุดและโปรโมชันก่อนเดินทาง
แต่ถ้าคุณอยากเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง จองกับ Gother ได้เลย เพราะเรามีบริการรับส่งฟรี โดยคุณสามารถมาขึ้นรถที่ MBK Center บริเวณประตูทางออก 1 รถออกเวลา 8.00 น. (วันละ 1 รอบ ทุกวัน ยกเว้นเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่วันนี้ - 31 มีนาคม 2569 ใครไม่อยากพลาดโปรโมชันดีๆ กดจองที่ Gother ตรงนี้ได้เลยนะ
ซาฟารีเวิลด์ 2 โซน ต่างกันอย่างไร?

ซาฟารีเวิลด์แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 โซนหลัก ซึ่งมีรูปแบบการเที่ยวแตกต่างกันชัดเจน
1. โซนซาฟารีพาร์ค (Safari Park)
เป็นโซนที่คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ชมสัตว์แบบใกล้ชิดเสมือนอยู่ในทุ่งหญ้าแอฟริกา เป็นพื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถขับรถส่วนตัว หรือใช้รถบัสของสวนสัตว์เข้าชมได้
กิจกรรมหลัก: คุณสามารถเลือกใช้รถส่วนตัวหรือนั่งรถบัสของสวนสัตว์เพื่อเข้าไปชมสัตว์ในพื้นที่กว้างแบบใกล้ชิด ตั้งแต่ยีราฟ แรด ม้าลาย นกหลายชนิด ไปจนถึงเสือและสิงโต ซึ่งถูกจัดโซนไว้อย่างปลอดภัย เหมาะสำหรับคนที่อยากเห็นสัตว์นักล่าแบบใกล้ ๆ แต่ยังมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย
ข้อควรปฏิบัติ: ต้องอยู่ในรถตลอดการเข้าชม และห้ามเปิดกระจกเมื่ออยู่ในโซนสัตว์นักล่าเพื่อความปลอดภัย
2. โซนมารีนปาร์ค (Marine Park)
โซนมารีนพาร์คเป็นพื้นที่ชมสัตว์น้ำพร้อมการแสดงต่าง ๆ รวมถึงโชว์สัตว์ที่หลายคนชื่นชอบ ภายในโซนมีทั้งที่นั่งชมการแสดง ร้านอาหาร และจุดพักต่าง ๆ ทำให้เดินเที่ยวได้สะดวกตลอดวัน จึงกลายเป็นโซนยอดนิยมของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะครอบครัวที่อยากชมโชว์สนุก ๆ และทำกิจกรรมร่วมกับเด็ก ๆ ไปพร้อมกัน

ไฮไลท์หลักโซนมารีนปาร์ค
ไฮไลท์หลักของโซนมารีนพาร์ค คือการแสดงสัตว์หลากหลายรูปแบบที่เหมาะกับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และเป็นกิจกรรมยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนสวนสัตว์แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นช่วงวันหยุดหรือทริปครอบครัว
- โชว์ปลาโลมา (Dolphin Show) การแสดงที่ได้รับความนิยมสูงสุดของโซนนี้ ด้วยความสามารถของปลาโลมา การแสดงผาดโผน และจังหวะการเล่นน้ำที่ดึงดูดผู้ชมทุกวัย เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังหากิจกรรมสนุก ๆ สำหรับครอบครัว
- โชว์สิงโตทะเล (Sea Lion Show) หนึ่งในโชว์ที่สร้างรอยยิ้มได้ง่ายที่สุด ด้วยความน่ารักและความฉลาดของสิงโตทะเล ทั้งท่าทางตลก ๆ และความสามารถพิเศษที่ทำให้เด็ก ๆ ชอบมากเป็นพิเศษ
- การแสดงสงครามจารกรรม (Spy War) โชว์แนวแอ็กชันที่จำลองฉากต่อสู้และภารกิจสายลับ พร้อมเอฟเฟกต์จัดเต็ม เหมาะสำหรับคนที่ชอบโชว์แบบมันส์ ๆ และอยากพักจากการชมสัตว์ไปสนุกกับการแสดงรูปแบบอื่นบ้าง
- โชว์นก (Bird Show) การแสดงจากนกหลากหลายสายพันธุ์ ที่จะบินโฉบผ่านผู้ชมแบบใกล้ชิด ถือเป็นโชว์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับนกไปพร้อมกับความตื่นเต้น เหมาะกับทั้งเด็กและคนรักธรรมชาติ
ซาฟารีเวิลด์ ควรไปกี่โมง?

เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการไปซาฟารีเวิลด์คือ ช่วงเช้า ตั้งแต่ประมาณ 09.00 – 09.30 น. เหตุผลที่ควรไปเช้า จะทำให้มีเวลาเที่ยวและดูโชว์ได้ครบทุกการแสดง แถมอากาศยังไม่ร้อนมาก เหมาะกับการเดินเที่ยว เลือกรอบโชว์ได้ง่าย คนยังไม่แน่น ทำให้ไม่ต้องเร่งรีบและยังถ่ายรูปได้สวยงามกว่า เพราะหากไปช่วงสายหรือบ่าย อาจต้องเลือกดูเฉพาะบางโชว์ และมีโอกาสพลาดการแสดงรอบสำคัญได้
ควรใช้เวลาเที่ยวที่ซาฟารีเวิลด์ กรุงเทพกี่ชั่วโมง?
- ระยะเวลาที่ใช้เที่ยวซาฟารีเวิลด์ขึ้นอยู่กับจำนวนโซนและกิจกรรมที่เลือก
- เที่ยวเฉพาะ Safari Park หรือMarine Park ใช้เวลาประมาณ 4–5 ชั่วโมง
- หากเที่ยวครบ 2 โซน พร้อมดูโชว์หลายรายการ จะใช้เวลาประมาณ 6–8 ชั่วโมง
โดยรวมแล้ว ซาฟารีเวิลด์เหมาะกับการเที่ยวแบบ วันเดียวเต็มวัน แนะนำให้เผื่อเวลาไว้ตั้งแต่เช้าจนถึงช่วงบ่ายหรือเย็น เพื่อเที่ยวได้แบบไม่เหนื่อยและไม่ต้องเร่งรีบ
วิธีการเดินทางไปซาฟารีเวิลด์
การเดินทางที่แนะนำ
- รถยนต์ส่วนตัว: สะดวกที่สุด เพราะสามารถขับรถเข้าชม Safari Park ได้โดยตรง (มีที่จอดรถให้บริการ)
- แท็กซี่ หรือบริการเรียกรถ: ปักหมุดที่ "Safari World Bangkok"
- รถสาธารณะ: เดินทางโดย MRT สายสีชมพู ไปลงที่ สถานีวงแหวนรามอินทรา แล้วต่อรถโดยสารสาธารณะหรือแท็กซี่ไปอีกประมาณ 15-20 นาที
ตารางโชว์ของซาฟารีเวิลด์

วันอังคารถึงศุกร์ (วันธรรมดา)
- โชว์ลิงอุรังอุตัง 10:15 น.
- โชว์ช้าง 11:00 น.
- โชว์สงครามจารกรรม 11:45 น.
- โชว์โลมา 13:45 น.
- โชว์สิงโตทะเล 14:30 น.
- โชว์คาวบอยสตั๊นท์ 15:30 น.
- โชว์นก 16:15 น.

วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุด
- โชว์ ลิงอุรังอุตัง 10:15 น.
- โชว์ สิงโตทะเล 11:00 / 14:30 น.
- โชว์ช้าง 11:00 น.
- โชว์สงครามจารกรรม 11:45 น.
- โชว์นก 10:15 / 16:15 น.
- โชว์โลมา 13:45 / 16:15 น.
- โชว์คาวบอยสตั๊นท์ 15:30 น.
ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดของซาฟารีเวิลด์

1. Safari Park ขับรถชมสัตว์แบบใกล้ชิด
นี่คือไฮไลท์แรกที่ทำให้ซาฟารีเวิลด์แตกต่างจากสวนสัตว์ทั่วไป ที่นักท่องเที่ยวจะได้ชมสัตว์แบบไม่มีกั้นกรง เช่น ยีราฟ ม้าลาย กวาง แรด เสือ สิงโต
โดยสัตว์จะเดินอยู่ใกล้รถ ให้ความรู้สึกเหมือนซาฟารีในต่างประเทศ ถ้าไม่มีรถส่วนตัวสามารถใช้รถบริการของทางสวนได้ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที – 1 ชั่วโมง
2. โชว์โลมา (Dolphin Show)
หนึ่งในการแสดงยอดนิยมที่สุด ที่คุณจะได้เห็นโลมาแสดงความฉลาด กระโดดน้ำ และโต้ตอบกับผู้ชม เป็นโชว์ที่เหมาะกับทุกวัย โดยเฉพาะเด็กและครอบครัว แนะนำให้เช็กตารางโชว์ และไปก่อนเวลาประมาณ 20-30 เพราะที่นั่งเต็มเร็วมาก
3. โชว์สตันท์ (Stunt Show)
โชว์แอ็กชันที่ทั้งตื่นเต้นและสนุก เต็มไปด้วยฉากไล่ล่า ระเบิด และการแสดงผาดโผน เป็นโชว์ที่ผู้ใหญ่ดูสนุก เด็กดูก็ตื่นเต้น ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อรอบ
4. โชว์อุรังอุตัง (Orangutan Show)
โชว์ที่ได้ทั้งเสียงหัวเราะและความประทับใจ เป็นโชว์ที่ลิงอุรังอุตังแสดงท่าทางเหมือนมนุษย์ มาพร้อมมุกตลกและการโต้ตอบกับผู้ชม ซึ่งเป็นโชว์ที่คนไทยนิยมมาก ทำให้เต็มเร็วสุดๆ
5. โชว์นก (Bird Show)
เหมาะกับคนที่ชอบการแสดงแนวธรรมชาติ คุณจะได้รับประสบการณ์ที่นกมากมายหลายชนิดบินผ่านหัวไปมา พร้อมแสดงความสามารถในการเชื่อฟังคำสั่งของผู้ฝึกสอน เป็นโชว์ที่ดูเพลิน เสียงรอบข้างเบาสบาย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย
6. จุดถ่ายรูปกับสัตว์และโซนเดินเล่น
นอกจากโชว์ ซาฟารีเวิลด์ยังมีโซนถ่ายรูปที่เป็นแลนด์มาร์ก เช่น
- โซนยีราฟ (มุมถ่ายรูปยอดฮิต)
- ฟลามิงโกสีชมพู
- ทางเข้า Marine Park และโซนสวนตกแต่ง
วางแผนยังไงให้เก็บครบทุกไฮไลท์ในหนึ่งวัน

1. ไปตั้งแต่เช้า คือหัวใจสำคัญ
- ควรไปถึงประมาณ 09.00 น.
- มีเวลาเหลือสำหรับทุกโซน
- เลือกรอบโชว์ได้ครบ
- ไม่ต้องเร่งหรือเลือกตัดโชว์ออก
2. เริ่มจาก Safari Park ก่อน
- ถ้าซื้อบัตรรวม 2 โซน
- เข้า Safari Park ตอนเช้า อากาศยังไม่ร้อน
- ใช้เวลาแน่นอนประมาณ 1 ชั่วโมง
- จากนั้นค่อยเข้า Marine Park เพื่อดูโชว์ต่อ
3. เช็กตารางโชว์ แล้วเลือกโชว์หลักเป็นอันดับแรก
เมื่อเข้า Marine Park ให้ดูตารางโชว์ทันที
จัดลำดับความสำคัญ เช่น
- โชว์โลมา
- โชว์สตันท์
- โชว์อุรังอุตัง
แล้ววางแผนเดินตามเวลาโชว์ เพื่อลดการเดินย้อน
4. ไปถึงจุดแสดงก่อนเวลาเสมอ
- โชว์ดังส่วนใหญ่ที่นั่งเต็มเร็ว
- ไปก่อนเวลา 20–30 นาที
- ได้ที่นั่งดี และไม่ต้องยืนรอ
5. จัดเวลาทานอาหารให้สอดคล้องกับแผนการเที่ยว
หลีกเลี่ยงการกินข้าวตรงกับโชว์ใหญ่ แนะนำทานก่อนหรือหลังโชว์ และพยายามเลือกร้านใกล้โซนที่กำลังจะดูโชว์ถัดไป
6. ช่วงบ่ายใช้เก็บโซนถ่ายรูปและโชว์รอง
- หลังจากดูโชว์หลักครบแล้ว
- เดินเล่น ถ่ายรูป
- ดูโชว์นกหรือโซนสัตว์อื่น ๆ แบบไม่เร่งรีบ
- พักเป็นช่วง ๆ เพื่อไม่ให้เหนื่อยเกินไป
จุดถ่ายรูปที่ไม่ควรพลาด

1. โซนยีราฟ มุมไฮไลท์ระดับแลนด์มาร์ก
- นี่คือจุดถ่ายรูปที่ดังที่สุดของซาฟารีเวิลด์
- ได้ภาพยีราฟหลายตัวเดินอยู่ในฉากหลัง
- ให้ฟีลเหมือนซาฟารีในแอฟริกา
- ถ่ายได้ทั้งภาพเดี่ยว ภาพครอบครัว และภาพแนวคอนเทนต์ท่องเที่ยว
เคล็ดลับ
- มาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ แสงจะนุ่ม ไม่ย้อน
- ใส่เสื้อสีอ่อนหรือเอิร์ธโทน จะเข้ากับบรรยากาศมาก
2. ทางเข้า Marine Park จุดเช็กอินว่ามาถึงแล้ว
- จุดนี้เหมาะกับภาพเปิดทริป
- มีป้ายชื่อซาฟารีเวิลด์ชัดเจน
- เป็นมุมที่ทุกคนต้องผ่าน
- ถ่ายแล้วรู้ทันทีว่าอยู่ที่ไหน
- เหมาะกับการถ่ายรูปหมู่ หรือภาพคู่ก่อนเริ่มเดินเที่ยว
3. โซนฟลามิงโก สีสันสดใส ถ่ายยังไงก็ขึ้น
- ฟลามิงโกสีชมพูเรียงราย เป็นฉากหลังที่ดูสดใส
- เหมาะกับสายถ่ายรูปแนวสดใส คาเฟ่ หรือครอบครัว
- ถ่ายง่าย ไม่ต้องจัดท่ามาก
- เด็กถ่ายออกมาก็น่ารัก ผู้ใหญ่ถ่ายก็ดูผ่อนคลาย
4. หน้าโรงละครโชว์ต่าง ๆ
- แต่ละโรงละครจะมีดีไซน์แตกต่างกัน
- ให้ฟีลสวนสนุกและธีมปาร์ก
- เหมาะกับถ่ายรูปแนวสนุก ๆ ก่อนเข้าไปดูโชว์
- ถ่ายเป็นคอนเทนต์ ก่อน–หลังดูโชว์ ได้ดี
5. เส้นทางภายใน Safari Park (สำหรับคนมีรถหรือใช้รถบริการ)
- จุดนี้จะได้ภาพสัตว์แบบใกล้ชิด
- ถ่ายจากในรถ เห็นสัตว์เดินอยู่รอบ ๆ
- ภาพดูเป็นธรรมชาติและได้ฟีลผจญภัย
- เหมาะกับคนที่อยากได้ภาพแตกต่างจากโซนเดิน
รีวิวร้านอาหารภายในซาฟารีเวิลด์
เนื่องจากซาฟารีเวิลด์ใช้เวลาเที่ยวหลายชั่วโมง ร้านอาหารภายในจึงถูกออกแบบให้กินง่าย รวดเร็ว และรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
1. ร้านอาหารหลักในโซน Marine Park
- เป็นร้านอาหารขนาดใหญ่
- มีอาหารไทย ข้าวผัด ข้าวราดแกง อาหารจานเดียว
- เมนูเข้าใจง่าย เหมาะกับทุกวัย
- ที่นั่งเยอะ รองรับครอบครัวและกรุ๊ปทัวร์
- เหมาะกับคนที่อยากกินข้าวจริงจัง พักนั่งนาน ๆ ก่อนหรือหลังดูโชว์ใหญ่
2. ร้านอาหารใกล้โรงละครโชว์
- ร้านแนวฟาสต์ฟู้ดและอาหารจานด่วน
- ข้าวกล่อง ไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์ เครื่องดื่ม
- เหมาะกับคนที่ต้องรีบไปดูโชว์ต่อ
- ไม่ต้องรอนาน
- เหมาะกับคนที่วางแผนแน่น อยากกินเร็ว ไม่อยากพลาดรอบโชว์
3. ร้านขนมและเครื่องดื่ม
- กระจายอยู่หลายจุดใน Marine Park
- ไอศกรีม น้ำอัดลม เครื่องดื่มเย็น
- เหมาะกับพักระหว่างเดิน
- เด็กชอบ ผู้ใหญ่ก็คลายร้อนได้ดี
4. โซนที่นั่งพักและสิ่งอำนวยความสะดวก
- มีโต๊ะนั่งพักหลายจุด
- ห้องน้ำสะอาด กระจายทั่วพื้นที่
- มีรถเข็นเด็กและผู้สูงอายุให้บริการ
แผนที่ซาฟารีเวิลด์กรุงเทพ เดินยังไงก็ไม่หลง

นี้คือแผนที่ภายในซาฟารีเวิลด์ กรุงเทพที่คุณสามารถตรวจสอบเส้นทางการเดินในแต่ละโซนได้ เพื่อจะได้วางแผนการเที่ยวได้ดียิ่งขึ้น และป้องกันการหลงทางได้อย่างดี
และนี้คือมินิคู่มือเที่ยวซาฟารีเวิลด์ กรุงเทพฉบับอัปเดต ที่ถ้าหากวันหยุดคุณไม่รู้ว่าจะพาทั้งครอบครัวไปเที่ยว หรือพาคู่รักไปเดตที่ไหน หลังจากอ่านบทความนี้จบเราหวังว่าซาฟารีเวิลด์ กรุงเทพจะเป็นจุดหมายนั้นให้คุณได้นะ
แต่ถ้าหากคุณไม่อยากต่อแถวซื้อตัวที่หน้างาน คุณสามารถจองผ่าน Gother ได้ง่ายๆ เราแถมบริการรถรับส่งฟรีให้คุณด้วยนะ หรือถ้าใครไม่อยากจะเดินทางไกลอยากเที่ยวเต็มวันให้จุใจแบบไม่เหนื่อยเกินไป เรามีโรงแรมใกล้ๆมาแนะนำด้วยนะ และไม่ใช่แค่ซาฟารีเวิลด์เท่านั้นที่เราอยากแนะนำ เรายังรวมกิจกรรมมากมายในกรุงเทพไว้ให้คุณด้วย เที่ยวให้ครบจบใน Gother นะ


